ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ก่อน 4 เดือน ฝึกลูกสุนัขรับเสียง

ช่วงที่ลูกสุนัขยังรับเสียงใหม่เข้าไปได้แบบไม่ต้องตั้งการ์ดคือก่อนอายุ 4 เดือน หรือราว 12-16 สัปดาห์ หลังจากนั้นหน้าต่างบานนี้จะค่อย ๆ ปิดลง งานที่ควรทำก่อนเวลานั้นจึงไม่ใช่การนั่งแก้ตอนหมากลัวแล้ว แต่เป็นการพาให้เขาพบเสียงบ้าน ๆ ของไทยทีละเสียง ให้สั้น ให้จบด้วยของกิน และให้เขาเดินหนีได้ทุกเมื่อ

ก่อน 4 เดือน ฝึกลูกสุนัขรับเสียง

ผมเคยคิดว่าการฝึกเรื่องเสียงคือการรอให้หมากลัวก่อน แล้วค่อยปลอบ ค่อยยื่นขนม ค่อยพาออกจากที่ที่มันกลัว ซึ่งมันได้ผลช้า และบางครั้งก็ไม่ได้ผลเลย เพราะสิ่งที่หมาเก็บไปคือ "เสียงนี้แย่" ไม่ใช่ "เสียงนี้ไม่เป็นไร" พอเปลี่ยนมาทำก่อนที่ความกลัวจะก่อตัว งานมันเบาลงเยอะ ที่สำคัญคือเราไม่ต้องรอให้มีอะไรเกิดขึ้นก่อน

ทำไมต้องก่อน 4 เดือน ไม่ใช่ค่อยทำตอนโต

ช่วงสองสามเดือนแรก ลูกสุนัขเปิดรับสิ่งใหม่แบบไม่ค่อยตั้งการ์ด เขาเจอเสียงแปลก ๆ แล้วจัดมันเป็นเรื่องปกติได้ง่าย พอเลยช่วงนั้นไป ของใหม่จะถูกจัดเข้าลิ้นชัก "น่ากลัว" ก่อน แล้วค่อยไปพิสูจน์ทีหลังว่าจริงหรือไม่ ซึ่งพิสูจน์ยากกว่ากันเยอะ

อีกเรื่องที่ต้องรู้คือลูกสุนัขมีช่วงกลัวเป็นระยะตามวัย เสียงที่เมื่อวานเขาเฉย ๆ วันนี้อาจทำให้สะดุ้ง ถอย หรือเห่าก็ได้ ผมเคยตกใจคิดว่าฝึกเสียแล้ว ทั้งที่จริงมันเป็นช่วงหนึ่งที่ผ่านไป ไม่ใช่ความล้มเหลวของเรา และไม่ใช่เหตุผลที่จะกดดันให้เขาซ้อมให้จบ ๆ ตอนนั้น สิ่งที่ควรทำคือลดความแรงลง แล้วรอให้ช่วงนั้นผ่านไป

เสียงที่หมาไทยต้องเจอจริง ๆ

ผมไม่ได้สร้างห้องอัดเสียงหรือเปิดคลิปให้หมานั่งฟังเป็นชั่วโมง สิ่งที่ทำคือไล่ดูว่าในบ้านและในซอยเรามีเสียงอะไรบ้างที่หมาเจอเป็นประจำ แล้วเลือกเสียงที่เราควบคุมได้ก่อน

  • หม้ออัดแรงดัน ตอนลมพุ่งออกและตอนวาล์วกระดก เป็นเสียงที่ดังและมาเร็วในครัวเล็ก ๆ
  • หม้อหุงข้าว ตอนกดปุ่มและตอนดังแกร๊ก เสียงเบาและเกิดซ้ำ ๆ ทุกวัน ซึ่งดีมากสำหรับเริ่ม
  • รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะคันที่ดังและวิ่งชิดรั้ว
  • กระดิ่งรถไอศกรีม เสียงสูงโปร่งที่มาเป็นช่วงตามเวลา และในซอยเรามันมักมาพร้อมบรรยากาศคึกคักของเด็ก ๆ
  • ประตูรั้วเหล็กที่ลั่นเวลาปิด
  • เครื่องดูดฝุ่น ทั้งเสียงมอเตอร์และเสียงหัวดูดครูดพื้น
  • ฟ้าร้อง ซึ่งมาพร้อมฝนและแรงกดอากาศ เป็นส่วนที่เราคุมไม่ได้
  • ประทัดงานบุญ งานเทศกาล หรืองานบวชในซอย

สองข้อท้ายเป็นเสียงที่เราเลือกเวลาไม่ได้ เราจึงไม่ได้ซ้อมมันตรง ๆ แต่เราสร้างนิสัย "เสียงดัง แล้วตามด้วยของอร่อย แล้วจบ" ให้หมาก่อน พอฟ้าร้องจริงหรือประทัดดังจริง อย่างน้อยเขาก็มีประสบการณ์เดิมที่บอกว่าเสียงแบบนี้มีทางจบที่ดี

วิธีวาง ไม่ใช่วิธีกล่อม

ของผมใช้เวลาครั้งละไม่เกินสองสามนาที ไม่ใช่ซ้อมเป็นรอบยาว ๆ สั้นแต่ทำบ่อย ดีกว่ายาวครั้งเดียวมาก

ให้อาหารตอนเสียงดัง ไม่ใช่หลังจากนั้น หม้อหุงข้าวดังแกร๊กก็ยื่นไก่ให้เลย ตอนนั้นสมองเขากำลังต่อเสียงกับผลลัพธ์เข้าด้วยกัน ถ้ารอให้ตกใจก่อนแล้วค่อยยื่นขนม เราสื่อสารผิดเรื่อง

เริ่มจากไกลและเบา หม้ออัดแรงดันครั้งแรกเปิดจากอีกห้อง ปิดประตูครัวไว้ แล้วค่อยขยับเข้าใกล้ในวันหลัง ๆ ส่วนรถจักรยานยนต์แทบไม่ต้องจัดฉากเลย แค่ยืนเล่นกับหมาในรั้วตอนที่รถวิ่งผ่านตามปกติ

อาหารคือมาตรวัด ไม่ใช่แค่รางวัล ถ้ายังกินอยู่ แปลว่ายังอยู่ในระดับที่รับไหว ถ้าเริ่มหยุดกิน แปลว่าล้นไปแล้ว ถอยออกก่อนแล้วค่อยลดระยะอีกที

จบครั้งสุดท้ายของแต่ละเสียงให้ดี ทุกครั้งที่ปิดท้าย ให้ความจำสุดท้ายของเสียงนั้นเป็นของอร่อย ไม่ใช่ความตื่น

จุดที่พังบ่อย

จุดที่ผมเห็นบ่อยและเคยทำเองคือการจับหมาไว้ให้ฟังจนจบ คิดว่าเดี๋ยวก็ชิน วิธีนั้นสอนให้หมาเรียนรู้ว่าเวลาเขากลัว เขาหนีไม่ได้ และบางตัวก็เริ่มไม่ยอมให้จับตัวไปเลย

อีกจุดคือยัดหลายเสียงในวันเดียว หม้อหุงข้าว เครื่องดูดฝุ่น รถจักรยานยนต์ แล้วปิดท้ายด้วยเปิดคลิปฟ้าร้อง ผลคือหมาไม่รู้ว่ากำลังเรียนรู้อะไร และมักจบวันแย่กว่าเดิม หนึ่งวันควรมีเสียงใหม่หนึ่งเสียงหรือน้อยกว่า

อีกจุดคือเปิดเสียงดังเต็มที่เพื่อ "ให้ชิน" ซึ่งตรงข้ามกับที่ควรทำไปเลย

สัญญาณว่าพอแล้ว

หยุดกินอาหาร จ้องค้าง หายใจแรงขึ้น หางตก ถอยออก สะบัดตัวอย่างแรง หรือเลียปากซ้ำ ๆ สิ่งเหล่านี้แปลว่าเลยจุดไปแล้ว เจอสัญญาณนี้ให้หยุด ไม่ใช่ฝืนต่อ การฝืนต่อหนึ่งครั้งมักได้ผลลบมากกว่าที่การถอยกลับหนึ่งครั้งจะเสีย

สิ่งที่ทำได้ไม่หมด และไม่ต้องทำ

มีหลายเสียงที่เราเลือกไม่ได้เลย ฟ้าร้องจริงไม่เหมือนคลิปในมือถือ เพราะมันมาพร้อมลม ฝน และความกดอากาศที่หมารู้สึกได้ ประทัดในงานบุญก็มาพร้อมคนและกลิ่น สิ่งที่ทำได้คือทำที่หลบในบ้านให้เขาเคยอยู่บ่อย ๆ ใส่ของเคี้ยวไว้ ให้อาหารในนั้น แล้วอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องปลอบเกินเหตุ ซึ่งต้องยอมรับว่าบางตัวก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี และนั่นไม่ใช่ความล้มเหลวของเรา

เป้าหมายก็ไม่ใช่หมาที่ไม่สะดุ้งเลย เพราะหมาไม่สะดุ้งเลยนี่หายาก และอาจไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เป้าหมายคือหมาที่สะดุ้งได้ แต่กลับมาได้ กลับมากินได้ กลับมาหาเราได้

หน้าต่างก่อน 4 เดือนปิดเองตามเวลา เราเลือกไม่ได้ว่าจะปิดเมื่อไหร่ สิ่งที่เลือกได้คือตอนนี้เราจะยื่นไก่ชิ้นนั้นตอนหม้อหุงข้าวดังหรือไม่

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา