ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แปรงขนหมาไม่พันกันต้องเริ่มจากโคน

ขนหมาไม่พันกันเพราะเลือกแปรงผิด แต่พันกันเพราะความชื้นกับแรงเสียดทานไปกองอยู่ตรงโคนขน แล้วไม่มีมือไหนแยกมันออกจากกัน วิธีที่ได้ผลจริงคือแปรงเป็นแปลงเล็ก ๆ ไล่จากหนังออกไปปลายขน ยกขนขึ้นก่อนทุกครั้งแล้วค่อยแปรงจากโคนลงมา ไม่ใช่ลูบรวดเดียวจากคอถึงหาง ปิดท้ายด้วยการสอดหวีซี่ห่างลงไปชิดหนังเพื่อยืนยันว่าไม่มีปมซ่อนอยู่ข้างใต้ ความถี่ในการแปรงต้องดูที่เนื้อขนของหมาตัวนั้น ไม่ใช่ดูจากตารางสำเร็จรูปที่ส่งต่อกันมา และในเดือนที่ร้อนอบอ้าว การแปรงช่วยให้ลมผ่านไปถึงหนังได้จริง แต่มันไม่แทนร่ม ไม่แทนน้ำ และไม่แทนลม

แปรงขนหมาไม่พันกันต้องเริ่มจากโคน

ผมเลือกช่วงห้าโมงเย็น เพราะแดดร่มแล้ว หมาเพิ่งเดินวนกลับเข้าบ้าน ตัวยังอุ่น กลิ่นหญ้าเปียกติดอยู่ที่อุ้งเท้า ผมนั่งลงบนพื้นกระเบื้องในศาลาหน้าบ้าน เปิดพัดลมตั้งพื้นให้หันออกไปทางประตู ไม่ให้เป่าตรงตัวหมา หมาเอาคางวางบนเข่า ผมปลดปลอกคอออกวางไว้ข้าง ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วแซะขนแถวหลังใบหู แหวกออกเป็นชั้น ๆ ช้า ๆ ตรงนั้นผมเจอก้อนเล็ก ๆ ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวติดอยู่ติดหนัง อุ่นและชื้นกว่ารอบ ๆ ตัว ตรงนั้นแหละที่เรื่องทั้งหมดเริ่ม

โคนขนคือที่ที่ทุกอย่างตัดสิน

ขนที่ผิวหมาไม่ได้พันกันทั้งตัวพร้อมกัน มันเริ่มจากจุดที่ถูกสีซ้ำ ๆ วันละหลายชั่วโมง จุดพวกนั้นผมรู้อยู่แล้วจากที่จับตัวมันทุกวัน หลังใบหู ใต้ปลอกคอ ใต้สายรัดอก รักแร้ โคนหาง ด้านในขา และบริเวณที่ขาหน้าถูกับซี่โครงเวลามันนอนขด ถ้าถอดปลอกคอออกแล้วสอดนิ้วลอดลงไปใต้เส้นขน จะเจอขนที่ยังอุ่นและชื้นกว่าที่อื่นเสมอ เพราะตรงนั้นอากาศเข้าไม่ถึง เหงื่อระบายไม่ออก และขนที่บิดเกลียวจะยิ่งยึดกันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนผ้าที่ตากไม่แห้งแล้วถูกยัดใส่ตะกร้า

ที่สำคัญคือปมพวกนี้ไม่ได้อยู่บนผิวขน มันก่อตัวอยู่ใต้ขนชั้นบนลงไปสองสามชั้น ถ้าแปรงแค่ผ่าน ๆ จากด้านบน ตัวแปรงจะรูดอยู่บนยอด แล้วปมก็ยังอยู่ที่เดิม พอปมแน่นขึ้น มันก็ล็อกความชื้นไว้ข้างใน แล้ววันรุ่งขึ้นก็ขยายวงกว้างขึ้นอีกนิด ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สองสามอาทิตย์ จากเม็ดถั่วเขียวก็กลายเป็นแผ่น

แบ่งตัวหมาเป็นแปลง แล้วไถจากหนังออกมา

สิ่งที่ผมทำต่างจากตอนแรกที่เริ่มเลี้ยงหมาคือเปลี่ยนจากแปรงทั้งตัว เป็นแปรงทีละแปลง ผมเริ่มจากบั้นท้ายก่อน เพราะเป็นจุดที่หมาใจเย็นที่สุด แล้วค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้า ปิดท้ายที่หัวกับหลังหู เพราะตรงนั้นต้องใช้ความช้าที่สุด

วิธีคือใช้มือข้างหนึ่งแหวกขนขึ้นเป็นแผง เหมือนเปิดหน้ากระดาษ ค้างมือไว้ตรงนั้น ไม่ให้ขนตกลงไป แล้วใช้แปรงอีกมือไล่จากหนังออกไปปลายขน เฉพาะขนส่วนที่ถูกยกขึ้นเท่านั้น กว้างไม่เกินสองนิ้วต่อหนึ่งแปลง พอปล่อยมือ แปลงนั้นก็จะทับลงบนแปลงที่แปรงเสร็จแล้ว ไล่ต่อแบบนี้ทีละแถวจนสุดด้าน เหมือนไถนา ไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย แต่การที่ขนถูกแยกออกจากกันจริง ๆ ก่อนที่แปรงจะแตะ คือเหตุผลที่ปมไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก เพราะขนที่หลุดร่วงถูกยกออกไปก่อนที่มันจะไปพันกับขนที่ยังอยู่

ตรงข้อศอกกับรักแร้ต้องระวังเป็นพิเศษ หนังตรงนั้นบางและย่น ถ้าตะแวงไปข้างในจะเจ็บ วิธีของผมคือใช้นิ้วโป้งดันขนออกไปทางข้างนอกให้ตึง แล้วแปรงผ่านเบา ๆ หนึ่งครั้ง ไม่ต้องย้ำ

หวีซี่ห่างคือเครื่องตรวจ ไม่ใช่เครื่องแปรง

หลังจากแปรงเสร็จทั้งตัว ผมจะหยิบหวีซี่ห่างมาสอดฟันหวีลงไปชิดหนังในแนวดิ่ง แล้วรูดลงมาช้า ๆ ทีละจุด ถ้าฟันหวีรูดจากโคนถึงปลายได้โดยไม่สะดุดเลย ก็จบ แต่ถ้าติดตรงไหน แปลว่าตรงนั้นยังมีปมที่แปรงมองไม่เห็น ให้กลับไปยกขนตรงนั้นใหม่แล้วแปรงซ้ำ หวีซี่ห่างไม่ใช่เครื่องมือแปรงหลัก มันคือเครื่องตรวจจับ เพราะฟันหวีที่ห่างจะลอดขนชั้นบนลงไปได้ แต่จะติดทันทีที่เจอก้อนที่ยังบิดอยู่

ผมเคยไว้ใจแปรงมากเกินไป ผ่านแปรงไปทั่วตัวแล้วคิดว่าเรียบร้อย ปรากฏว่าสัปดาห์ถัดมาหมาเกาหลังหูจนหนังแดง แล้วผมถึงเจอแผ่นปมที่แน่นอยู่ใต้ขนที่ดูเรียบเนียน ตั้งแต่นั้นผมไม่เชื่อสายตาอีกเลย เชื่อแค่ฟันหวีที่รูดถึงหนัง

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดอีกอย่างคือคิดว่าตอนขนเปียกจะแปรงง่ายกว่า วันอาบน้ำผมไม่แปรงปมเลย ถ้ามีปมอยู่แล้วผมจะแยกมันตอนขนแห้ง หรือไม่ก็หมาด ๆ แค่ปลายนิ้ว เพราะขนที่เปียกน้ำจะยืดออกและขาดง่ายกว่าตอนแห้ง ถ้าฝืนดึงตอนเปียกนอกจากปมจะไม่คลายแล้ว ขนยังขาดคาแปรงอีก ถ้าจำเป็นต้องอาบจริง ๆ ผมจะแยกปมที่แน่นให้หลุดก่อน แล้วค่อยอาบ เพราะถ้าอาบทั้งที่ยังมีปม น้ำจะซึมเข้าไปข้างในปมแล้วแห้งช้ากว่าส่วนอื่น นาน ๆ เข้าก็กลายเป็นกลิ่นอับที่โคนขน แล้วก็กลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ผมต้องมานั่งแก้ทีหลัง

ความถี่ขึ้นอยู่กับเนื้อขนของหมา ไม่ใช่ตาราง

หมาขนสั้นชั้นเดียวแบบที่เลี้ยงกันทั่วไปตามบ้านเรา อาทิตย์ละครั้งก็พอ แต่ช่วงผลัดขนต้องเพิ่มเป็นสองสามครั้ง เพราะขนตายที่ค้างอยู่จะไปอุดระหว่างขนใหม่กับหนัง ส่วนหมาขนยาวหรือขนหยิกที่ต้องตัดเป็นทรง ต้องแปรงเกือบทุกวัน เพราะหนึ่งวันของหมาลักษณะนี้ก็เท่ากับหลายวันของหมาขนสั้น ตรงนี้ไม่มีสูตรกลาง ต้องใช้ปลายนิ้วลูบจากบนลงล่างแล้วถามตัวเองว่ามือสะดุดไหม ถ้าสะดุดก็คือต้องแปรงแล้ว

หน้าร้อนแปรงช่วยได้แค่ไหน

เดือนที่อากาศร้อนชื้น การแปรงที่ดีมีค่ามาก เพราะมันเอาขนตายที่ค้างอยู่ออก ทำให้อากาศผ่านไปถึงหนังได้จริง หมาระบายความร้อนได้ดีขึ้น และลดจุดที่ความชื้นไปค้างอยู่ แต่ทั้งหมดนี้เป็นการช่วยระบายเท่านั้น ผมยังต้องให้ร่ม ให้มีน้ำวางไว้หลายจุด และให้ลมเดินผ่านได้ ไม่มีวิธีแปรงไหนแทนสามอย่างนั้นได้ ถ้าแปรงดีแล้วแต่หมาไม่มีที่หลบแดดก็จบเหมือนเดิม

บางจุดก็ไม่ใช่เรื่องของการแปรง

ถ้าปมแน่นติดหนังเป็นแผ่นใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่ควรฝืนดึง ผมจะหยุด เพราะการดึงแรง ๆ ตรงนั้นทำให้หนังถลอกได้ง่าย แล้วปัญหาที่ตามมาจะโตกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าหนังตรงนั้นแดง มีกลิ่น หรือหมาเจ็บเวลาถูกแตะ ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องการแปรงแล้ว ควรให้สัตวแพทย์ดู ไม่ใช่ให้ผมเดาเอง

สิบห้านาทีต่อวันในเดือนที่ชื้น ๆ กับหมาที่ต้องแปรงทุกวัน ฟังดูเป็นงานที่ต้องแบกไว้ แต่จริง ๆ มันน้อยกว่าตอนที่ต้องนั่งแก้ปมเป็นชั่วโมงอยู่ดี ปมที่ดีที่สุดคือปมที่ไม่มีวันเกิดขึ้น และมันไม่มีวันเกิดขึ้นเลยถ้าแปรงจากโคนทุกครั้ง

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา