ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ขนสุนัขหน้าสั้นโกนแล้วร้อนจริงไหม

การโกนขนสุนัขหน้าสั้นไม่ได้ทำให้สุนัขเย็นขึ้น และกับสุนัขขนสองชั้นอย่างปั๊กหรือชิห์สุ มันยิ่งทำให้ทนร้อนได้แย่ลง เพราะขนชั้นนอกกับขนชั้นในที่ฟูอยู่ช่วยกักชั้นอากาศไว้ กันแดด และกันความร้อนที่แผ่ขึ้นจากพื้น เมื่อโกนทิ้งทั้งสองชั้น ผิวจะรับแดดตรง ๆ และร่างกายสะสมความร้อนเร็วขึ้น ปัญหาจริงของสุนัขหน้าสั้นอยู่ที่ทางเดินหายใจที่แคบและการระบายความร้อนที่ทำได้จำกัด ไม่ได้อยู่ที่ความยาวของขน ทางที่ใช้ได้จริงคือดูแลลมและการระบายความชื้นในที่อยู่ และตัดสินใจเรื่องตัดขนจากโครงสร้างขนกับสภาพผิว ไม่ใช่จากความสั้นของหน้า

ผมยืนอยู่หน้าบ้านตอนบ่ายสองของเดือนเมษายน แดดตกที่ปูนหน้าซอยจนร้อนลอดรองเท้าแตะ ปั๊กของบ้านนอนแผ่บนกระเบื้องในร่ม ลิ้นหอบห้อยยาวกว่าระยะปกติเล็กน้อย ทุกครั้งที่พัดลมตั้งพื้นกวาดมาถึงตัวมัน เสียงหอบจะเบาลงครู่หนึ่ง แล้วกลับมาดังแฮ่ก ๆ เหมือนเดิม น้ำในกะละมังที่ผมเพิ่งเปลี่ยนเมื่อยี่สิบนาทีก่อนเริ่มอุ่นขึ้นตามอากาศ มีคนเดินผ่านรั้วแล้วพูดประโยคที่ผมได้ยินซ้ำมาหลายปี — โกนขนมันสิ จะได้เย็น

ผมเคยเชื่อประโยคนั้น และผมก็เคยทำ

ขนเป็นฉนวน ไม่ใช่เสื้อที่ถอดออกได้

คนเราถอดเสื้อแล้วเย็นขึ้นเพราะผิวมีต่อมเหงื่อทั่วตัว ระบายความร้อนด้วยการขับเหงื่อ แต่สุนัขไม่มีกลไกแบบนั้น ทางระบายหลักคือการหอบผ่านปากและจมูก กับระบายทางฝ่าเท้าเพียงเล็กน้อย ขนจึงไม่ได้ขวางทางระบายความร้อนเหมือนเสื้อของเรา มันทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือกักอากาศไว้เป็นชั้นบาง ๆ คั่นระหว่างผิวกับแดด และคั่นระหว่างผิวกับความร้อนที่สะสมอยู่ในปูน กระเบื้อง หรือพื้นถนนที่เพิ่งโดนแดดทั้งวัน

ตอนที่ผมโกนครั้งนั้น กลางวันแรกที่อยู่ในร่มกับพัดลม ดูเหมือนมันสบายขึ้นจริง ลมปะทะผิวตรงขึ้น ไม่มีขนมากั้น แต่เย็นวันที่สอง ผิวสีชมพูเริ่มแดงเป็นปื้นตรงแนวสันหลังที่ขนบางที่สุด และบ่ายสามของวันต่อมา มันเดินไปหลบในร่มเองก่อนเวลาเดิม ทั้งที่เมื่อก่อนยังนอนกลางลานได้ นั่นคือข้อเสียที่คนมักมองข้ามไป คือเมื่อเอาชั้นขนออก แดดกับยุงก็เข้าถึงผิวตรง ๆ เหมือนกัน และขนที่ขึ้นใหม่บางตัวก็ขึ้นไม่สม่ำเสมอ เนื้อขนเปลี่ยนไปจากเดิม

สรุปสั้น ๆ ว่าการโกนมีข้อดีอยู่ข้อเดียว คือลมปะทะผิวได้ตรงขึ้นตอนอยู่ในร่ม ส่วนข้อเสียคือผิวรับแดดตรง ๆ เสียชั้นฉนวน และกันเห็บยุงได้แย่ลง แลกกันแล้วไม่คุ้ม

หน้าสั้นไม่ได้แปลว่าขนแบบเดียวกัน

คำว่า "สุนัขหน้าสั้น" รวมหมาไว้หลายแบบที่ขนคนละโครงสร้าง ปั๊กขนสั้นแต่มีสองชั้น ชิห์สุขนยาวและมีสองชั้น เฟรนช์บูลด็อกกับบอสตันเทอร์เรียขนสั้นเรียบชั้นเดียว อังกฤษบูลด็อกก็ชั้นเดียว ส่วนหมาพันธุ์ผสมหน้าสั้นที่อยู่ในซอยก็มีทั้งแบบสองชั้นและชั้นเดียวปนกันไป

ตัวชี้ขาดว่าควรตัดหรือไม่จึงไม่ใช่ความสั้นของหน้า แต่เป็นสองคำถาม คือ ขนชั้นเดียวหรือสองชั้น และตอนนี้พันกันเป็นก้อนหรือยัง สองคำถามนี้ตอบคนละทางกันเลย

ตัดได้ แต่ไม่ใช่โกนทั้งตัว

มีกรณีที่ควรตัดจริง และไม่ใช่เพราะอยากให้เย็น อย่างแรกคือขนพันกันเป็นก้อน ก้อนขนแย่กว่าความยาวขน เพราะมันกักความชื้น กักความร้อน และดึงผิวจนแดง อย่างที่สองคือขนรอบก้น รอบท้องน้อย หรือรอบอวัยวะเพศที่เปื้อนอุจจาระและปัสสาวะเป็นประจำ อย่างที่สามคือขนที่บังตา อย่างที่สี่คือขนที่เปียกฝนซ้ำ ๆ จนอับและมีกลิ่น และอย่างสุดท้ายคือกรณีที่สัตวแพทย์สั่งให้ตัดเพื่อจัดการผิวหนัง

วิธีตัดให้เหลือความยาวไว้พอสมควร ไมโกนติดหนัง ใช้กรรไกรปลายมนตัดเฉพาะจุด ถ้าไม่มั่นใจให้ช่างตัดขนที่ไว้ใจได้ทำ เพราะกรรไกรปลายแหลมกับหมาที่ดิ้นคือคู่ที่ไม่ควรเจอกัน การโกนทั้งตัวเพื่อหวังให้เย็นไม่ใช่เหตุผลที่ผมใช้ตัดสินใจอีกแล้ว

อาบน้ำบ่อยแค่ไหนในความชื้นแบบนี้

ก่อนคิดเรื่องความถี่ ต้องแยกให้ออกก่อนว่าอาบเพื่อล้างคราบสกปรก ไม่ใช่อาบเพื่อทำให้เย็น ความเย็นหลังอาบอยู่ได้ไม่นาน แต่ความเปียกที่ค้างอยู่ต่างหากที่สร้างปัญหา

สำหรับหมาที่อยู่แต่ในบ้านทั้งวัน อาบทุกสองถึงสี่สัปดาห์ก็พอ สำหรับตัวที่ออกไปเดินนอกบ้านทุกวัน ตัวมีกลิ่น เหงื่อและน้ำลายเปื้อนคอ อาบทุกเจ็ดถึงสิบสี่วันได้ ช่วงหน้าฝนถ้าเลอะโคลนบ่อยก็อาบได้ตามความจำเป็น แต่ทุกครั้งต้องเช็ดและเป่าให้แห้งสนิท

ที่ควรเลี่ยงคืออาบทุกวัน เพราะการอาบล้างน้ำมันตามธรรมชาติออกจากผิวซ้ำ ๆ ผิวจะแห้ง คัน แล้วหมาจะเกา เกาแล้วเป็นแผล แล้วเชื้อรากับแบคทีเรียก็ตามมา ระหว่างรอบอาบให้ใช้การเช็ดเฉพาะจุดแทน เราเช็ดปากกับคราบน้ำลายหลังกินข้าว เช็ดฝ่าเท้าหลังกลับจากเดิน เช็ดก้นหลังขับถ่าย แค่นี้ก็ลดกลิ่นได้มากแล้ว

ถ้าหมาเป็นโรคผิวหนังอยู่ก่อนแล้ว ความถี่ในการอาบเป็นเรื่องที่สัตวแพทย์กำหนด ไม่ใช่เรื่องที่เราตั้งกฎเองจากอินเทอร์เน็ต ส่วนการเลือกแชมพูก็ให้ดูที่สภาพผิวของหมาตัวนั้น

แปรงวันละไม่กี่นาที เน้นขนใต้ชั้น

หัวใจของการแปรงไม่ใช่การทำให้ขนสวย แต่คือการเอาขนใต้ชั้นที่ตายแล้วออก ก่อนที่มันจะไปอุดตันอยู่ใกล้ผิวและทำให้ผิวกักความชื้น

ห้าถึงสิบนาทีต่อวันได้ผลกว่าการนั่งแปรงครึ่งชั่วโมงอาทิตย์ละครั้ง เพราะขนที่ค้างอยู่ทำงานของมันทุกวัน วิธีคือแปรงตามทิศทางที่ขนขึ้น เริ่มจากท้ายทอยไล่ลงไปทางก้น ทำเป็นแถบ ๆ ทีละแนว ค่อย ๆ แยกชั้นขนออกแล้วหวีในแนวเดิม ซ้ำตรงนี้สักสองสามรอบแล้วขยับไปแถบถัดไป อย่ากดแรงจนหัวแปรงครูดผิว และอย้าดึงย้อนทางขน

กับหมาขนสองชั้น ใช้ที่รีดขนใต้คู่กับหวีซี่ห่าง กับหมาขนสั้นชั้นเดียวอย่างเฟรนช์บูลด็อก ใช้แปรงนวมยางหรือถุงมือยางถูสั้น ๆ พอเก็บขนที่ร่วงก็พอ จุดที่คนมักลืมและเป็นที่ตั้งของก้อนขนคือหลังหู รักแร้ ใต้ท้อง ใต้หาง และระหว่างนิ้ว

ข้อควรรู้เรื่องหนึ่งคืออย่าแปรงขนเปียก เพราะเส้นขนตอนเปียกจะยืดและขาดง่าย ยกเว้นตอนที่กำลังอาบอยู่แล้วใช้มือสางเบา ๆ เท่านั้น

รอยพับต้องเช็ดและต้องแห้ง

หมาหน้าสั้นมีร่องที่หมาหน้าปกติไม่มี ร่องเหนือจมูก ร่องข้างจมูก ร่องที่หางขด ร่องรอบก้นและรอบอวัยวะเพศ บางตัวที่อ้วนก็มีร่องที่คอเพิ่มเข้ามา ร่องพวกนี้ปิดทึบ ระบายอากาศไม่ได้ และมีน้ำตา น้ำลาย หรือเหงื่อซึมลงไปขังได้ทุกวัน

วิธีที่ผมทำคือเช็ดวันละครั้ง หรือสองครั้งในวันที่หมาหายใจหอบมากและน้ำลายเยอะ ใช้ผ้านุ่มสะอาดชุบน้ำสะอาดบิดหมาด เช็ดเบา ๆ ตามร่อง แล้วใช้ผ้าแห้งหรือก๊อซซับจนแห้งจริง อย่าปล่อยให้มีความชื้นเหลือ เพราะร่องที่ชื้นคือที่อยู่ของยีสต์และเชื้อรา

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการทาแป้งให้เป็นก้อน เพราะแป้งที่ผสมกับความชื้นจะอุดร่องและอับยิ่งกว่าเดิม และอย้าใช้สำลีพันปลายไม้แหย่ลึกเข้าไปในร่อง ถ้าร่องเริ่มแดง มีกลิ่น หรือมีน้ำเหลืองซึม ให้ไปหาสัตวแพทย์ อย้าซื้อยามาทาเอง

ทำให้แห้งตั้งแต่ปลายหูถึงหว่างนิ้ว

ในอากาศบ้านเรา ความชื้นคือศัตรูตัวจริง ไม่ใช่ความสกปรก หลังอาบน้ำหรือหลังกลับจากเดินตากฝนและลุยน้ำขัง ผมใช้ผ้าเช็ดตัวสองผืน ผืนแรกซับน้ำให้หมดก่อน ผืนที่สองซับซ้ำในจุดที่น้ำขังแน่นอน คือรักแร้ ขาหนีบ ใต้หาง หลังหู หว่างนิ้วและฝ่าเท้า

จากนั้นใช้ไดร์เป่าผม ตั้งลมระดับอุ่นหรือเย็น ไม่ใช่ลมร้อน ถือห่างจากตัวประมาณหนึ่งคืบ ขยับไปเรื่อย ๆ อย้านิ่งที่จุดเดียวเพราะผิวหมาบางกว่าเราและไหม้ได้ เป่าไปเรื่อย ๆ จนใช้มือลูบแล้วไม่รู้สึกชื้นเลย ถึงตรงนั้นค่อยปล่อยให้นอน

ถ้าปล่อยให้นอนทั้งที่ยังเปียก ผิวที่อับจะเกิดแผลเปียกเฉียบพลันได้ในหนึ่งถึงสองวัน และเชื้อราจะตามมา หน้าฝนที่พื้นซอยมีน้ำขัง ให้เช็ดเท้าทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน ระหว่างนิ้วที่เปียกค้างเป็นจุดที่ปัญหาเริ่มบ่อยที่สุด

วันที่ร้อนจริง ลมสำคัญกว่าเครื่องโกน

สิ่งที่ลดความร้อนให้หมาหน้าสั้นได้จริงไม่ใช่การโกน แต่คือลมกับพื้นผิวที่มันนอน พัดลมตั้งพื้นหันผ่านที่นอน หรือพัดลมเพดานที่ทำให้อากาศในห้องเคลื่อนที่ ไม่ต้องเป่าแรง แค่ให้อากาศไม่นิ่งก็ต่างกันมากแล้ว ที่นอนที่ลอยตัวและไม่เก็บความร้อนอย่างผ้าบนกระเบื้องหรือแคร่ไม้ก็ช่วยได้ ถ้าพื้นปูนหน้าบ้านโดนแดดทั้งบ่าย ให้ย้ายที่นอนไปฝั่งที่มีร่มจริง

จัดน้ำสะอาดไว้สองสามจุด เปลี่ยนบ่อย ๆ เพราะน้ำที่ตั้งไว้ทั้งวันจะอุ่นจนหมาไม่อยากกิน การเช็ดตัวด้วยผ้าเปียกหมาดบริเวณท้อง รักแร้ และฝ่าเท้า ช่วยได้ทันทีตอนที่หมาหอบหนัก ข้อควรระวังคืออย้าใช้ผ้าเย็นจัดหรือน้ำแข็งประคบ เพราะผิวจะหดตัวและระบายความร้อนได้แย่ลง

เรื่องเวลาก็สำคัญ พาเดินก่อนแปดโมงเช้าและหลังหกโมงเย็น ก่อนปล่อยให้เหยียบพื้นให้เอามือหลังแตะพื้นดูสักเจ็ดวินาที ถ้าร้อนจนทนไม่ไหว แสดงว่าเท้าหมาทนไม่ได้เหมือนกัน

และสัญญาณที่ต้องพาไปหาสัตวแพทย์ทันทีคือ หอบไม่หยุด หอบลึกจนตัวโยก เหงือกแดงจัดหรือลิ้นเปลี่ยนสี น้ำลายยืดไหลเป็นทาง เดินเซ หรืออาเจียน ระหว่างทางให้ราดหรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องตรงคอ รักแร้ และซอกขาด้วย

สุดท้ายนี้ สำหรับผม ขนของหมาหน้าสั้นไม่ใช่อุปสรรคที่ต้องกำจัดทิ้ง มันเป็นชั้นงานที่ต้องดูแลให้โปร่งและให้แห้ง ถ้าไม่มีก้อนขน ไม่มีแผลที่ผิว ไม่มีร่องที่อับ การโกนทั้งตัวก็ไม่ได้ซื้ออะไรให้หมาของเราเลย มีแต่แดดที่ผิวและเห็บที่เข้าถึงง่ายขึ้น ส่วนคำว่า "จะได้เย็น" นั้น มาจากปากเพื่อนบ้านที่หวังดี และผมก็เข้าใจแก เพราะผมเองก็เคยพูดประโยคนี้เหมือนกัน

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา