ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ฝึกได้แม้หมาเคยแย่งอาหารบนโต๊ะ

วิธีที่ได้ผลกับหมาที่เคยแย่งอาหารบนโต๊ะคือทำสองอย่างพร้อมกัน ตัดทุกเส้นทางที่ทำให้หมาเอื้อมถึงจานได้จริงในบ้าน แล้วสอนคำสั่งสองตัวที่ใช้แทนมือของเรา คือ "ปล่อย" สำหรับของที่หมากำลังจะคว้า กับ "คาย" ที่สอนด้วยการแลกของในปาก อะไรที่ทำแค่อย่างเดียวจะไม่ติด เพราะคำสั่งที่ไม่มีของจริงให้ซ้อมจะจางหายไปในสองสามสัปดาห์ และการตัดโอกาสอย่างเดียวจะพังทันทีที่มีคนเผลอวางจานไว้ในระยะที่หมาเอื้อมถึง

ถ้าคุณยืนอยู่มุมครัวเดียวกับผมตอนหกโมงเย็น คุณจะเห็นโต๊ะเตี้ยตัวหนึ่ง กับข้าวสามถาดวางอยู่กลาง ถาดไก่ติดกระดูกวางใกล้มุมที่หมายืดคอถึงพอดี แล้วก็เห็นจมูกเปียกๆ พาดอยู่บนขอบโต๊ะ ไม่ใช่กระโดดขึ้นมา ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย แค่ยืน แล้วค่อยๆ เลื่อนปากเข้ามา

ผมเคยตวัดจานขึ้นมาก่อนที่มันจะคาบไก่ไปได้ ครั้งนั้นผมชนะ แล้วก็แพ้ทุกครั้งหลังจากนั้น เพราะสิ่งที่หมาเก็บไปคิดไม่ใช่ "เขาดุ" แต่คือ "ถ้าเร็วพอ ก็ได้"

หมาไม่ได้แย่งเพราะหิว แต่เพราะมันซ้อมทุกวัน

บ้านผมกินข้าววันละสามรอบ บางวันมีของว่างอีกสองรอบ นั่นคือห้ารอบที่หมาได้ยืนดูมือคนเลื่อนเข้าออกเหนือโต๊ะ ห้ารอบที่มันได้ลองเชิง บางครั้งสำเร็จ บางครั้งไม่ นั่นแหละคือการซ้อม และการซ้อมที่ได้รางวัลเป็นครั้งคราวนั้นติดแน่นกว่าการได้รางวัลทุกครั้งด้วยซ้ำ

พอผมเลิกมองว่ามันเป็นนิสัย แล้วมองว่าเป็นตารางซ้อม เรื่องก็เปลี่ยน งานที่ต้องทำจึงไม่ใช่ "ดุให้จำ" แต่คือลดจำนวนครั้งที่มันได้ซ้อม แล้วเพิ่มจำนวนครั้งที่มันได้ซ้อมสิ่งอื่นแทน

"ปล่อย" สอนด้วยการถอยออก ไม่ใช่ด้วยการแย่งคืน

จุดที่คนพลาดมากที่สุดคือ ตอนสอนคำสั่งนี้เรามักจะรอให้หมาเงยหน้าขึ้นจากจานก่อน แล้วค่อยให้รางวัล ซึ่งช้าเกินไปและอ่านยากเกินไปสำหรับหมา มันต้องเริ่มจากของที่หมาเฉยๆ ต่างหาก

ผมใช้ขนมเม็ดแห้งๆ ที่มันเคยกินจนเบื่อ กำไว้ในมือ ปิดมือให้สนิท แล้วยื่นไปข้างหน้า ปล่อยให้มันดม ดันมือ ใช้เล็บเขี่ย ไม่ต้องดุ ไม่ต้องพูดอะไร รอจนจมูกมันถอยออกไปห่างจากมือสักครึ่งวินาที — จังหวะนั้นแหละที่มือเปิด

สิ่งที่หมาเรียนจากลำดับนี้คือ "การถอยห่างทำให้มือเปิด" ไม่ใช่ "การดันแรงขึ้นทำให้มือเปิด" สองอันนี้ให้ผลต่างกันทั้งชีวิต

พอมันถอยเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมเปลี่ยนจากกำในมือเป็นวางบนพื้น ยังเป็นของเดิมที่มันเฉยๆ อยู่ แล้วค่อยๆ ขยับขึ้นบันไดทีละขั้น

  • ขนมแห้งที่มันไม่สนใจ วางบนพื้น
  • ขนมที่มันชอบปานกลาง วางห่างจากตัวหนึ่งช่วงแขน
  • เนื้อไก่ต้มสุกฉีกเป็นชิ้นเล็ก วางบนโต๊ะจริง แต่ห่างจากมันหนึ่งเมตร
  • เนื้อไก่ชิ้นเดิม วางบนโต๊ะ ห่างครึ่งเมตร
  • วางจานจริงบนโต๊ะ แล้วผมเดินออกไปจากครัว

กว่าจะพูดคำว่า "ปล่อย" ออกมา ผมรอให้มันถอยเองได้สม่ำเสมอในขั้นที่สองก่อน เพราะคำสั่งที่ติดมากับความลังเลของหมาจะกลายเป็นคำที่หมาไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไร แล้วเราจะโทษว่าหมาไม่เชื่อฟัง

มีอีกเรื่องที่ต้องพูดตรงๆ คำสั่งนี้จะใช้ไม่ได้เลยถ้ารางวัลในมือ شماแย่กว่าของบนโต๊ะ ถ้าไก่ติดกระดูกหอมๆ ยังอยู่บนจาน และผมถือขนมเม็ดแห้งอยู่ มันก็เลือกถูกทุกครั้งเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะมันดื้อ แต่เพราะเราตั้งโจทย์ให้มันแพ้ตั้งแต่ต้น

"คาย" คือการแลก ไม่ใช่การแงะปาก

ตอนที่หมาคาบอะไรไปได้แล้ว ของในปากมันมีค่ามากกว่าของในมือคุณทันที เพราะฉะนั้นคำสั่งนี้ต้องขายด้วยของที่ดีกว่า ไม่ใช่ด้วยการบังคับ

ผมเริ่มจากของที่หมาไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย กระดาษทิชชู่ที่หล่น เศษผ้า ถุงพลาสติก ก้นแก้วกระดาษ ใส่ให้มันคาบเล่น ยื่นของที่มันชอบกว่าไปใกล้จมูก มันจะอ้าปากเองตามสัญชาตญาณ พอของหลุดจากปาก ผมพูดว่า "คาย" แล้วให้ของที่แลกไป ตามด้วยของอีกชิ้นเป็นโบนัส

ทำซ้ำกับของหลายแบบ แล้วค่อยขยับไปของกิน หนังไก่ เศษขนมปัง กระดูกอ่อน คำว่า "คาย" จะถูกผูกเข้ากับประสบการณ์ที่ว่า "ปล่อยแล้วได้ของดีกว่า" ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ต่างจาก "ปล่อยแล้วถูกแย่ง" อย่างสิ้นเชิง

ของที่แลกไปแล้วห้ามคืน

อันนี้คือกฎที่ผมยึดที่สุด ถ้าคุณแลกของจากปากหมา แล้วคืนของเดิมให้ มันจะจำได้ว่าการปล่อยเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งก่อนได้ของคืน สองครั้งก็พอที่จะทำให้คำสั่งนี้ใช้ไม่ได้ผลอีกเลย ผมจึงเลือกของที่จะแลกให้แน่ใจว่ายอมเสีย แล้วก็เสียจริงๆ

และห้ามใช้มือแงะปาก ไม่ว่าจะรีบแค่ไหน การที่มือคนเอาเข้าไปในปากตอนที่หมากำลังหวงของ เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการสอนให้มันระวังมือที่ยื่นเข้ามา แล้วคุณจะเหลือหมา ที่ไม่ยอมให้ใครแตะปากเลย ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าตอนเริ่มตั้งเยอะ

โต๊ะเตี้ยคือช่องโหว่ที่ต้องปิดก่อนสอนอะไรทั้งนั้น

บ้านไทยจำนวนมากกินข้าวกับพื้นหรือโต๊ะเตี้ย ทำให้ข้อดีของหมาคือมันไม่ต้องออกแรงเลย แค่ยืดคอ ไม่ต้องกระโดด ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรให้คนรู้ตัว นี่ไม่ใช่ปัญหาวินัย แต่เป็นปัญหาสถาปัตยกรรม

สิ่งที่ผมทำ:

  • ถังขยะเปลี่ยนเป็นแบบมีฝาปิดที่เหยียบเปิด และย้ายไปมุมที่หมาต้องเดินอ้อม
  • หลังกินเสร็จ จานทุกใบเข้าซิงก์ทันที ไม่มีจานแช่ไว้บนโต๊ะ ข้อนี้คนในบ้านบ่นทุกวันแต่ทำได้จริง
  • ถาดกับข้าวไม่วางใกล้ขอบด้านที่หมายืนประจำ
  • เก้าอี้ดันเข้าโต๊ะทุกตัว ถึงจะไม่มีใครนั่ง
  • ตอนที่ทุกคนยังกินไม่เสร็จ ให้หมามีที่นอนของมันในห้องเดียวกัน แต่ห่างจากโต๊ะเกินหนึ่งช่วงแขน ไม่ใช่ไล่ไปนอกห้อง เพราะการถูกไล่ออกทำให้มันกลับมาด้อมๆ มองใหม่ทุกครั้ง

ไม่มีอะไรในรายการนี้เป็นเรื่องการฝึกเลย แต่มันตัดการซ้อมออกไปได้เกือบครึ่ง และครึ่งที่ตัดออกไปนี่แหละที่ทำให้การฝึกรอบสั้นๆ ได้ผลจริง

กฎต้องเหมือนกันทุกคน รวมถึงป้าที่แวะมา

ผมเคยฝึกมาสองสัปดาห์ หมาเริ่มถอยจากจานได้สวย แล้วญาติที่มากินข้าวบ้าน toss ชิ้นหมูให้ใต้โต๊ะหนึ่งชิ้น ทุกอย่างกลับไปจุดเริ่มต้นภายในคืนเดียว

ไม่ได้แก้ด้วยการไปดุคน เพราะคนก็จะเถียงว่า "แค่ชิ้นเดียว" และมันก็แค่ชิ้นเดียวจริงๆ แต่ปัญหาคือหมาฝึกด้วยความถี่ไม่ใช่ด้วยความตั้งใจของคน

วิธีที่ผมใช้ได้ผลกว่าคือเปลี่ยนทางให้อาหาร ไม่ใช่ห้ามให้ ผมบอกญาติว่า "อยากให้ก็ได้ แต่ใส่ถ้วยหมา วางที่ที่มันกิน แล้วเดินไปวาง" เท่านี้คนก็ได้เอ็นดูหมา หมาก็ไม่ได้เรียนรู้ว่าโต๊ะคือแหล่งอาหาร

กับเด็กๆ ใช้วิธีเดียวกันแต่กลับด้าน ให้เด็กมีหน้าที่เก็บจานเป็นเกม เก็บได้ครบได้อะไรตอบแทน เด็กจะคุมกันเองดีกว่าผู้ใหญ่คุม

ซ้อมสามนาทีในครัว ดีกว่าซ้อมยี่สิบนาทีในสนาม

ผมเคยพยายามฝึกเรื่องนี้ในสนามหญ้าหลังบ้าน เพราะกว้าง ไม่มีอะไรกวน สนามเรียบง่าย และมันก็ได้ผลในสนาม แล้วพังทันทีที่กลับเข้าครัว

เพราะหมาไม่ได้เรียนรู้คำสั่งในที่空旷 มันเรียนรู้ในที่ที่เกิดเหตุ ในครัว ที่ที่มีกลิ่นกับข้าว ที่มีเสียงจานกระทบ ที่มีคนเดินผ่านไปมา

ตารางที่ผมใช้จริงคือ ก่อนกินข้าวเย็น ห้านาที วางจานเปล่าบนโต๊ะ เดินไปเดินมา ให้คำสั่งปล่อยสามสี่ครั้ง แล้วจบ ไม่ต้องยืดเยื้อ ไม่ต้องให้มันทำได้ทุกครั้ง และทำแบบนี้ทุกวัน

มันน่าเบื่อมาก ซึ่งนั่นแหละคือส่วนที่คนข้าม เพราะทุกคนอยากได้วิธีที่จบในวันเดียว แต่เรื่องนี้มันคือการสร้างนิสัยใหม่ทับนิสัยเก่าที่หมาเคยทำสำเร็จมาหลายปี

เมื่อไหร่ที่ควรหยุดแล้วไปหาคนช่วย

มีจุดที่ผมบอกตรงๆ ว่าบทความแบบนี้ไม่พอ ถ้าหมากัดคนเรื่องอาหารไปแล้ว ไม่ว่าจะกัดมือที่ยื่นไปแตะชาม หรือกัดคนที่เดินผ่านตอนมันกิน นั่นไม่ใช่เรื่องมารยาทบนโต๊ะอีกแล้ว และไม่ใช่เรื่องที่ควรลองแก้เองด้วยคลิปในเน็ต ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ตั้งแต่ต้น

อีกกรณีคือบ้านที่คุมคนไม่ได้จริงๆ เช่นบ้านที่มีคนเข้าออกตลอดวัน หรือมีเด็กเล็กที่ยังคุมตัวเองไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนั้น การแยกโซนตอนกินข้าวเป็นทางออกที่ซื่อสัตย์กว่าการฝืนฝึกแล้วล้มเหลวซ้ำๆ ให้หมากินในกรงหรือในห้องของมัน แล้วเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนปล่อยออกมา ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการเลือกสนามรบให้ถูกที่

ที่เหลือมันก็แค่ทำซ้ำๆ ทุกวัน จนวันที่คุณวางจานไก่ไว้ใกล้ขอบโต๊ะเหมือนเดิม แล้วหมาที่เคยยืดคอเข้ามา กลับหันไปนอนที่เสื่อของมันเอง คุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่เพราะมันกลัว แต่เพราะมันรู้ว่าของบนโต๊ะไม่ใช่ของที่มันจะได้ และมันมีทางอื่นที่ได้รางวัลมากกว่า

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา