ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ทำไมลูกสุนัขจู่ ๆ ก็ขี้กลัวขึ้นมา

ลูกสุนัขที่จู่ ๆ ก็ขี้กลัวขึ้นมา ส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนนิสัยไปตลอดชีวิต มันแค่กำลังผ่านช่วงที่ประสาทรับรู้ละเอียดขึ้นและโลกกว้างขึ้นพร้อมกัน สิ่งที่ควรทำคือถอยระยะห่างออกมาก่อน ลดความกดดันในการฝึกลง แล้วพากลับไปทำเรื่องง่าย ๆ ที่มันทำได้อยู่แล้ว อย่าลากมันเข้าไปเผชิญสิ่งที่กลัวในระยะประชิด เพราะทุกครั้งที่มันยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น ความกลัวถูกซ้อมให้แม่นขึ้น ไม่ใช่จางลง

ทำไมลูกสุนัขจู่ ๆ ก็ขี้กลัวขึ้นมา

ผมจำเย็นวันนั้นได้ ราวหกโมงเย็น ฝุ่นยังลอยอยู่ในแสงส้ม หน้าปากซอยมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งผ่าน หมาน้อยที่เมื่อวานยังวิ่งชนรั้วทักทุกคน กลับยืนนิ่งอยู่กลางทางเท้า หูแบนไปข้างหลัง มันหันหน้าหนีจากถนน แล้วเลียจมูกสองครั้งติดกัน สายจูงในมือผมเริ่มตึง มันไม่ได้ขู่ ไม่ได้วิ่งหนี มันแค่ยืนค้างอยู่ตรงนั้น

ผมไม่ได้ดึงสายจูง ผมพามันถอยหลังช้า ๆ สองสามเมตรจนถึงมุมเสาไฟฟ้าที่มันเคยดมเป็นประจำ มันยืนอีกสิบวินาที แล้วนั่งลง หาว แล้วหันมามองหน้าผม

เย็นนั้นผมเลิกซ้อมแค่นั้น กลับบ้าน ไม่ได้ทำอะไรต่อ

มันไม่ได้กลายเป็นหมาขี้กลัว มันแค่กำลังเข้าช่วงหนึ่ง

ช่วงแบบนี้มาได้มากกว่าหนึ่งครั้งในปีแรก ตัวที่ผมเลี้ยงผ่านมาสองรอบ รอบแรกตอนราวสองเดือนครึ่ง ตอนนั้นมันกลัวของสูง ๆ กับคนใส่หมวก รอบที่สองตอนหกเดือนกว่า กลัวเสียงรถบรรทุกกับพื้นกระเบื้องที่เปียก ไม่ตรงกับตารางที่ใครต่อใครเอามาแปะไว้ในกลุ่มเลย และที่สำคัญกว่านั้น อาการที่โผล่ตอนนั้นจางลงเองในอีกสองสามสัปดาห์ เพราะผมไม่ฝืนพามันไปยืนใกล้อะไรที่ทำให้มันค้าง

ถ้าลูกหมาของคุณเปลี่ยนจากตัวที่วิ่งเข้าหาทุกคน เป็นตัวที่หลบอยู่ใต้เก้าอี้ ก่อนจะสรุปว่ามันขี้กลัว ลองถามตัวเองก่อนว่ามันอายุเท่าไหร่ และสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีอะไรใหม่เข้ามาในชีวิตมันบ้าง

สัญญาณที่มาก่อนการขู่หรือการวิ่งหนี

สี่ห้าวันก่อนมันจะยืนค้างที่ปากซอย มันเลียจมูกบ่อยขึ้นทั้งที่ไม่ได้กินอะไร หันหน้าหนีเวลารถผ่าน แข็งตัวค้างอยู่ครึ่งวินาทีก่อนขยับ หางม้วนเข้าท้องแล้วปลายหางเกร็ง หูแบนไปข้างหลัง พวกนี้คือคำเตือนที่มาก่อนเสียงขู่และการวิ่งหนีเสมอ และเป็นจังหวะที่ผมใช้ตัดสินใจว่าจะถอยหรือไปต่อ ถ้ารอจนมันขู่หรือสะบัดตัวหนี แปลว่าผมปล่อยให้มันยืนอยู่ในระยะที่ไกลเกินไปแล้ว

ระยะห่างคือเครื่องมือ ไม่ใช่การตามใจ

ความกลัวที่ถูกซ้อมในระยะประชิดจะแน่นขึ้นทุกครั้ง ทุกครั้งที่มันยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ตัวกระตุ้น สมองกำลังบันทึกว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องกลัวแน่ ๆ การพามันออกห่างจึงไม่ใช่การตามใจ แต่คือการพาออกจากห้องเรียนที่สอนผิด

ระยะที่ผมใช้คือระยะที่มันยังคิดออก ถ้ามันยังรับขนมจากมือได้ ถือว่ายังพอไปได้ ถ้ามันไม่สนขนมเลย ไม่สนแม้แต่กลิ่นที่มันชอบ แปลว่าใกล้เกินไปแล้ว ถอยออกอีกห้าหรือสิบบาทก็ได้ ไม่มีกฎว่าต้องเข้าใกล้ให้ได้วันนี้

อีกอย่างที่ผมเพิ่งมารู้ตอนหลังคือ สายจูงที่ตึงคือข้อมูลชิ้นแรกที่มันได้รับ ถ้าผมกำสายจูงแน่นเพราะกลัวว่ามันจะพุ่ง มันจะรู้ก่อนผมพูดคำแรกด้วยซ้ำ

ปลอบได้ ไม่ได้ทำให้ขี้กลัวขึ้น

ผมเคยได้ยินว่าถ้าลูบตอนมันกลัว มันจะเข้าใจว่าการกลัวได้รางวัล ผมไม่เชื่อและไม่ทำตาม เพราะเป้าหมายไม่ใช่การไม่ให้รางวัล เป้าหมายคือการพามันออกจากที่ที่มันเรียนรู้ไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำก่อนคือพาออกให้ห่าง แล้วค่อยลูบตอนมันเริ่มสนใจอย่างอื่น ถ้าไม่มีที่ให้ออก เช่นอยู่ในลิฟต์ ก็ยืนบังสายตา เอาตัวเรากั้นระหว่างมันกับคนแปลกหน้า แล้วกดชั้นให้ถึงเร็วที่สุด

สัปดาห์แบบนี้ให้ลดโจทย์การฝึก ไม่ใช่เพิ่ม

ความมั่นใจของหมามาจากการทำสิ่งที่มันรู้อยู่แล้วให้สำเร็จ ไม่ได้มาจากคำสั่งใหม่ ตอนที่มันขี้กลัว ผมจะหยิบคำสั่งเดิมที่มันทำได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่ง เรียกชื่อ อยู่ แตะมือ มาซ้อมในห้องนอน ห้านาที จบ แล้วให้ขนม

ที่ผมไม่ทำคือสมัครคลาสใหม่ เปลี่ยนสถานที่ฝึก หรือเพิ่มระยะเวลา ไม่ใช่เพราะการฝึกไม่ดี แต่เพราะตอนนี้มันต้องการโจทย์ที่มันชนะได้ทุกครั้ง มากกว่าโจทย์ที่ท้าทาย

หลายครั้งสั้น ดีกว่าซ้อมยาวครั้งเดียว

ผมเคยคิดว่าต้องพาไปยืนหน้าปากซอยนาน ๆ ให้มันชินให้ได้ในวันเดียว ผลคือมันกลับบ้านแล้วนอนไม่หลับ กระวนกระวายทั้งคืน หลังจากนั้นผมเปลี่ยนเป็นไปแค่ห้านาที สองสามครั้งต่อสัปดาห์ ห่างกันคนละวัน ทำแบบนี้หลายสัปดาห์ มันค่อย ๆ หายเอง ต่างกันชัดกับครั้งที่ผมฝืนยืนนาน ๆ

อย่าเพิ่งพาไปที่ใหม่ ๆ ในสัปดาห์นี้

สัปดาห์ที่มันขี้กลัวไม่ใช่สัปดาห์ที่ควรพาไปตลาดสดหรือขึ้นลิฟต์ครั้งแรก ตากับหูของมันยังปรับอยู่ ตอนสองเดือนมันเห็นลิฟต์เป็นกล่องเทา ๆ ธรรมดา พอหกเดือนมันเห็นเป็นกล่องที่มีเสียง มีกลิ่น มีคนเดินเข้าเดินออก ต้องตีความทั้งหมด เสียงมอเตอร์ไซค์คันเดิมที่มันเคยเฉย ตอนนี้มันแยกได้แล้วว่าเสียงมาจากด้านไหน ซึ่งใช้สมองประมวลผลมากกว่าเดิม

สิ่งที่ดูเหมือนเปลี่ยนนิสัย บางทีก็แค่หูกับตาทำงานดีขึ้น

สิ่งที่ผมไม่ทำตอนนั้น

  • ไม่พาไปตลาด ไปห้าง หรือขึ้นลิฟต์ในสัปดาห์นั้น
  • ไม่พาไปยืนใกล้ถนนเพื่อให้ชิน
  • ไม่ดุเวลามันหันหน้าหนี
  • ไม่ลากสายจูงให้เดินต่อ
  • ไม่ซ้อมคำสั่งใหม่

รู้ได้ยังไงว่าเริ่มดีขึ้น

สัญญาณที่ผมดูไม่ใช่หมาวิ่งเล่นปกติ เพราะบางวันมันก็วิ่งเล่น แต่ผมดูว่ามันหันหน้าเข้าหาต้นเสียงหรือยัง รับขนมที่ระยะเดิมได้หรือยัง และเดินผ่านปากซอยด้วยสายจูงที่หย่อนได้ไหม ถ้าสามอย่างนี้เริ่มกลับมา ผมจะขยับเข้าใกล้ทีละก้าว แล้วหยุดดูว่าอาการค้างกลับมาหรือเปล่า ถ้ากลับมา ก็ถอยไปหนึ่งก้าว แล้วรออีกสองสามวัน

บางเรื่องไม่หายเอง

ทั้งหมดที่เขียนมาคือช่วงที่ความกลัวโผล่มาแล้วจางไปตามวัย ถ้าหมาน้อยกลัวจนไม่ยอมกิน ไม่ยอมเดิน ออกไปฉี่ไม่ได้ หลายวันติดกัน นั่นไม่ใช่วันที่ผมจะบอกว่าเดี๋ยวก็หาย และตัวผมเองก็ไม่ใช่คนที่ควรตอบเรื่องนั้นผ่านบทความ ยอมรับว่ามีเส้นที่ผมไม่ข้าม

แต่ถ้าเป็นลูกหมาที่เพิ่งเริ่มหันหน้าหนี ปากซอยเดิม ถนนเดิม สัปดาห์แบบนั้นจบได้ด้วยการถอยออกมาสองเมตร กลับบ้าน แล้วรอ

ทุกวันนี้หมาน้อยตัวนั้นเดินผ่านปากซอยเดิมด้วยสายจูงที่หย่อน และผมไม่เคยต้องลากมันเลยสักครั้ง

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา