การฝึกให้สุนัขอยู่ลำพังกลางคืนโดยไม่เห่า เริ่มจากการแยกให้ออกก่อนว่าเสียงที่ได้ยินตอนดึกเป็นความกลัวถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว หรือเป็นแค่การเห่าใส่เสียงรอบบ้าน เพราะสองอย่างนี้แก้คนละทาง แล้วใช้วิธีซ้อม "อยู่ห่างกัน" ทีละไม่กี่วินาที เริ่มในเวลากลางวันที่หมายังตื่นเต็มที่ แล้วค่อยยกมาซ้อมตอนกลางคืน เพิ่มระยะทีละนิดและทำซ้ำหลายคืนติดกัน ไม่ใช่การปิดประตูแล้วปล่อยให้เห่าจนหมดแรงเอง เพราะวิธีนั้นสอนแค่ให้หมารู้ว่าเสียงของมันไม่มีความหมาย แต่ไม่ได้สอนเลยว่าการอยู่คนเดียวเป็นเรื่องธรรมดา
ผมยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน ปิดไฟแล้ว เหลือแค่เสียงพัดลมตั้งพื้นกับแสงส้มจาง ๆ จากหน้าต่าง มองเห็นหมาตัวหนึ่งนอนบนเบาะข้างเตียง หูตั้ง คอเกร็ง แต่มันยังไม่เห่า ผมกำมือถือที่เปิดนาฬิกาจับเวลาไว้ นับในใจ หนึ่ง สอง สาม ไปจนถึงเจ็ด แล้วเปิดประตูกลับเข้าไปหามัน ไม่ใช่เพราะมันเห่า แต่เพราะมันเงียบครบเจ็ดวินาที
นั่นคือการฝึกทั้งหมดของคืนนั้น เจ็ดวินาที ฟังดูน้อยจนน่าขำ แต่วันรุ่งขึ้นผมทำอีกสิบรอบ และอีกสามคืนถัดมาก็ขยับเป็นสิบห้า ยี่สิบ สามสิบวินาที กว่าจะปิดประตูได้ทั้งคืนก็กินเวลาร่วมสามอาทิตย์ ไม่มีคำสั่ง ไม่มีอุปกรณ์พิเศษ มีแค่การนับเวลาแล้วจดไว้
ฟังให้ออกก่อนว่าเห่าตอนดึกเพราะอะไร
สองคืนแรกผมไม่ทำอะไรกับหมาเลย เปิดอัดเสียงในมือถือทิ้งไว้ข้างเบาะนอน แล้วเช้ามาเลื่อนดูว่าเสียงเห่าครั้งแรกดังตอนนาทีที่เท่าไหร่
ถ้าเสียงแรกดังภายในไม่กี่นาทีหลังประตูปิด และคืนถัดไปก็เป็นแบบเดิมเกือบเป๊ะ อันนั้นมีร่องรอยของการแยกจากอยู่ในนั้น ส่วนหมาที่เงียบไปสี่สิบนาทีแล้วค่อยเห่าใส่เสียงมอเตอร์ไซค์ผ่านซอย หรือเห่าตอนตุ๊กแกตกฝ้า นั่นคือการเห่าใส่เสียงรอบบ้าน ซึ่งแก้คนละทางกันเลย
ผมไม่ได้กำลังบอกว่าหมาเป็นอะไร ผมแค่ดูว่าเสียงแรกดังตอนไหน และมีอาการอะไรร่วมด้วย หมาที่กังวลเรื่องการถูกแยกจากมักเดินวนไปวนมา เกาประตู หอบ น้ำลายยืด หรือกัดกรอบประตู และที่ชัดที่สุดคือมันสงบลงทันทีที่เห็นเรา แม้เราจะไม่พูด ไม่เล่น ไม่ให้อะไรเลย ส่วนหมาที่เห่าเพราะเบื่อหรือเพราะไม่ได้ใช้แรง จะเลิกเห่าเมื่อได้ทำอะไรสักอย่าง เช่นได้เคี้ยวของนาน ๆ หรือได้เดินเล่นจริงจัง
อีกอย่างที่ต้องตัดออกก่อน คือความไม่สบายตัว หมาที่ฉี่ครั้งสุดท้ายตอนหกโมงเย็นแล้วเข้านอนสองทุ่ม มันไม่ใช่ความกลัว มันคือการอั้น และในบ้านไทยที่ไม่มีแอร์ หมาที่เบียดอยู่มุมอับลมตอนตีสองก็เห่าเพราะร้อน ไม่ใช่เพราะเหงา
เคล็ดลับที่ผมได้ผลที่สุดคือจดสั้น ๆ สามบรรทัดต่อคืน วันไหน เริ่มกี่โมง เสียงแรกนาทีที่เท่าไหร่ แล้วปิดท้ายด้วยหนึ่งบรรทัดว่าตอนนั้นเราทำอะไรอยู่ แค่นี้พอให้เห็นรูปแบบภายในหนึ่งสัปดาห์
บันไดการอยู่ลำพัง นับเป็นวินาที
กฎมีข้อเดียว คือก้าวต้องสั้นพอที่หมาจะไม่เห่าเลย ถ้าก้าวไหนมันเห่า ให้ถอยกลับไปหนึ่งขั้น ไม่ใช่สองขั้น แล้วทำขั้นนั้นซ้ำอีกสองสามคืน
บันไดที่ผมใช้จริงหน้าตาแบบนี้ นั่งห่างจากหมาในห้องเดียวกันหนึ่งเมตร ไม่พูดไม่แตะ สิบวินาที แล้วกลับไปนั่งข้าง ๆ ตามปกติ ต่อมายืนห่างสามเมตร สามสิบวินาที เดินไปห้องข้าง ๆ ประตูเปิดไว้ ครึ่งนาที ลดลงเหลือประตูปิดสิบห้าวินาที แล้วถึงออกไปนอกบ้านสามสิบวินาที สองนาที ห้านาที ครึ่งชั่วโมง
ทั้งหมดนี้ทำตอนกลางวันก่อน เพราะหมาเหนื่อยน้อยกว่า แต่ตื่นตัวกว่า ถ้าตอนกลางวันผ่าน กลางคืนจะง่ายกว่า
ตอนกลางคืนคือคนละเกม
ในบ้านไทยส่วนใหญ่หมานอนใกล้เจ้าของ บางบ้านนอนบนเตียงเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่หมากลัวไม่ใช่การอยู่บ้านคนเดียว แต่คือการที่เราหายไปจากสายตา จึงต้องซ้อมแบบหลับตาด้วย คือทำเป็นปิดไฟนอน แล้วก็ลุกออกไปจริง ๆ
ผมเริ่มจากนอนลงข้างเบาะ ไม่ยื่นมือไปแตะ ครบหนึ่งนาทีแล้วลุกขึ้นยืนในห้อง แล้วค่อยขยับไปที่ประตู ทำแบบนี้ก่อนเวลานอนจริง ราวหนึ่งทุ่มครึ่ง ไม่ใช่ตอนที่เราเพิ่งปดไฟแล้วอยากหลับทันที
ถ้าประตูเปิดค้างไว้แล้วหมาไม่เห่า ลองใช้ราวกั้นหรือประตูกันเด็กมากั้นตรงช่องประตู ให้มันยังเห็นเราได้ แต่มาถึงตัวไม่ได้ วิธีนี้ช่วยได้เยอะกับหมาที่ตกใจเวลามองไม่เห็น
ตอนกลางคืนจริง ต้องยอมรับว่าซ้อมเต็มที่ไม่ได้
ตีสองตีสามถ้าหมาเห่า เราแก้แบบฝึกไม่ได้ ทำได้แค่ลดความเสียหาย รอให้มันเงียบสักสามวินาทีแล้วกลับเข้าห้องแบบเงียบ ๆ ไม่พูด ไม่ปลอบ ไม่ดุ ถ้าคืนไหนเสียทั้งคืน ก็ให้ถือว่านั่นเป็นราคาที่จ่ายไป แล้วไปซ้อมจริงตอนเย็นวันถัดไป
ถ้าการซ้อมกลางคืนทำติดกันหลายคืนไม่ได้ ให้ซ้อมกลางวันหกเจ็ดรอบแทน แล้วกลางคืนทำแค่รอบเดียว ที่สำคัญคือความถี่ ไม่ใช่ความยาว
เสื้อที่ใส่แล้วกับของเคี้ยว ช่วยได้จริง แค่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
เสื้อยืดที่ใส่แล้วยังไม่ซัก วางไว้บนเบาะนอน อย่าเอาไปวางทับตัวหมา มันช่วยให้หมาเริ่มสงบเร็วขึ้น skutefully จริง แต่ไม่ได้สอนว่าการอยู่คนเดียวเป็นเรื่องปกติ
ถ้าปล่อยให้เสื้อกับของเคี้ยวรับหน้าที่ทั้งหมด คืนแรก ๆ มันอาจยืดเวลาจากสิบวินาทีเป็นสองนาทีได้ แต่พอผ่านไปหลายวันกลิ่นจาง ของเคี้ยวหมด คืนนั้นก็กลับไปเท่าเหมือนเดิม เพราะสิ่งที่ขาดหายไปคือบทเรียน ไม่ใช่ของ
สิ่งที่ผมเพิ่งเข้าใจทีหลังคือ อย่าให้ของพวกนี้โผล่มาเฉพาะตอนเราเดินออกจากห้อง เพราะมันจะกลายเป็นสัญญาณว่า "กำลังจะทิ้งแล้ว" หมาเริ่มเครียดตั้งแต่เห็นเราเดินไปหยิบ วิธีที่ถูกคือวางไว้บนเบาะตลอด ให้มันเป็นของธรรมดาของที่นอน ไม่ใช่ของที่มาพร้อมการจากลา
ของเคี้ยวก็เลือกให้ปลอดภัย ชิ้นใหญ่พอที่กลืนไม่ได้ ไม่แตกเป็นเสี้ยวคม และครั้งแรกให้ดูอยู่ใกล้ ๆ
พิธีตอนแยกกันและตอนกลับมา
ผมทำให้การออกจากห้องเป็นเรื่องน่าเบื่อที่สุด ไม่กอด ไม่พูดเสียงสูงซ้ำ ๆ ไม่ล่ำลา ปิดไฟเหมือนเดิมทุกคืนคำเดียวก็พอ
อีกอย่างคือทำให้การขยับตัวไม่มีความหมาย ลุกไปห้องน้ำแล้วกลับ ไปครัวแล้วกลับ ไปหน้าบ้านแล้วกลับ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนหมาเลิกเดาว่าการที่เราเดินไปทางประตูแปลว่ากำลังจะทิ้ง
ตอนกลับเข้าห้องก็เงียบเหมือนตอนออก ผมจะรอจังหวะที่มันเงียบจริง ๆ สักสามวินาทีแล้วค่อยเปิดประตู ไม่ใช่เปิดตอนมันยังเห่าอยู่ เพราะการได้เห็นหน้าเราตอนเห่าคือรางวัล และอย่าตะโกน "อย่าเห่า" ผ่านประตู การได้ยินเสียงเราคือการให้ความสนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่มันเรียกร้องพอดี
กับดักในบ้านไทยที่ทำให้ช้ากว่าที่คิด
หน้าต่างมุ้งลวดที่เปิดทิ้งไว้ทั้งคืนคือลำโพงขนาดใหญ่ หมาได้ยินทุกอย่างที่เราหลับไปแล้ว ผมเคยเปิดพัดลมแรงขึ้นทุกคืนแล้วนอนไม่หลับอยู่หลายวันกว่าจะรู้ว่ามันไม่ได้แก้อะไร เพราะปัญหาอยู่ที่ผมหายไป ไม่ได้อยู่ที่เสียงข้างนอก การปิดหน้าต่างกับเปิดพัดลมช่วยได้เฉพาะกรณีที่หมาเห่าใส่เสียง
อีกกับดักคือการย้ายที่นอนกะทันหัน บ้านที่มีเด็กเล็กเกิดใหม่ หรือมีญาติมาอยู่ แล้วอยู่ดี ๆ หมาก็ต้องย้ายจากบนเตียงลงไปนอนหน้าประตู คืนนั้นคือคืนที่มันเห่าทั้งคืน การย้ายต้องทำเป็นขั้น เริ่มจากเบาะข้างเตียงก่อน สามสี่คืน แล้วค่อย ๆ เลื่อนออกทีละครึ่งเมตร แล้วค่อยปิดประตู
และข้อสุดท้ายที่คนมักมองข้าม คือความสม่ำเสมอ ถ้าคืนไหนผมกลับบ้านดึกแล้วขี้เกียจปล่อยเลย คืนถัดมาคือถอยหลังไปสองสามขั้นทันที บันไดนี้แพ้ความไม่สม่ำเสมอมากกว่าแพ้ความช้า
เมื่อไหร่ควรหยุดทำเอง
ถ้าทำตามบันไดอย่างช้าแล้วหลายสัปดาห์ยังไม่ขยับ และเริ่มมีอาการหนักขึ้น เช่น กัดตัวเองจนขนร่วง เล็บแตก เลือดออกที่เท้า ฟันหักจากการกัดกรอบประตู ไม่ยอมกินข้าว น้ำหนักลด หรือท้องเสียทุกครั้งที่ถูกแยก อันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ซ้อมเองแล้วจะจบ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพฤติกรรม
จริง ๆ แล้วถ้าหมาเห่าตอนกลางคืนแบบที่เพิ่งเริ่มเป็น ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เป็น การตรวจสุขภาพก่อนก็คุ้ม เพราะอาการปวดฟันหรือปวดข้อก็ทำให้หมานอนไม่สบายและกระสับกระส่ายตอนดึกได้เหมือนกัน
มีหลายเคสที่ผมเจอว่าไม่ใช่เรื่องการกลัวการแยกจากเลย เป็นแค่ความร้อน กระหายน้ำ ต้องฉี่ หรือกลัวเสียงรถเก็บขยะ เรียงลำดับให้ดีก่อน แล้วค่อยลงมือซ้อม จะประหยัดเวลาไปได้เป็นเดือน