ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ฝึกมารยาทสุนัขในบ้านคนไทยหลายรุ่น

กฎที่ใช้บังคับสุนัขในบ้านต้องเป็นกฎเดียวกันทั้งบ้าน และคนที่ต้องตกลงกันก่อนคือคนในบ้าน ไม่ใช่หมา ถ้าคุณยายยังแอบป้อนหมูยอใต้โต๊ะ หมาก็เรียนรู้ว่าการยืนใกล้คนกินข้าวได้ผลทุกครั้ง ไม่ว่าคุณจะสอนอะไรไว้ตอนบ่าย ลำดับที่ได้ผลจริงคือ เหลือกฎให้สักข้อเดียวที่ทุกคนทำได้จริง เริ่มจากข้อที่สำคัญที่สุดคือ "นั่งก่อนทักทาย" แล้วใช้ที่กั้นชั่วคราวคุมพื้นที่ไปพลางระหว่างที่การฝึกยังไม่นิ่ง

ประตูรั้วเหล็กหน้าบ้านดังแคร่ก หมากระโดดลงจากเสื่อก่อนที่ผมจะวางถุงกับข้าวถึงพื้น มันวิ่งตรงไปหาคุณยายที่เพิ่งกลับจากตลาด แล้วทิ่มเข้าที่ต้นขาเต็มแรง มือข้างหนึ่งของแกคว้าเสาเหล็กไว้ อีกข้างยังกำถุงผ้าไว้ไม่ปล่อย ผมได้ยินเสียงลมหายใจเฮือกสั้นๆ ก่อนที่ใครจะพูดอะไรออกมา

คืนนั้นผมนั่งนับว่ามีกี่คนในบ้านที่ยอมให้หมา "ทำอะไรก็ได้" คุณยายที่แอบป้อนหมูยอตอนเช้า หลานที่ชอบเอามือไปใกล้ปากมันแล้ววิ่งหนี ลุงที่กลับบ้านดึกแล้วยังอุ้มมันขึ้นโซฟา สามคนนั้นคือคนที่กำหนดมารยาทของหมาในบ้านหลังนี้จริงๆ ไม่ใช่ผม

หมาเรียนรู้จากคนที่ใจอ่อนที่สุด ไม่ใช่คนที่ดุที่สุด

คนส่วนใหญ่ที่ผมคุยด้วยคิดว่าต้องมีใครสักคนในบ้านที่ "ดุ" พอ แล้วหมาก็จะเกรง ของจริงคือหมาไม่ได้คิดเป็นระดับความดุ มันคิดเป็นต้นทุนกับผลตอบแทน กระโดดแล้วได้มือมาลูบ ต้นทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง มันจะกระโดดกับคนที่ลูบทุกครั้ง และจะเลิกกระโดดกับคนที่ไม่เคยลูบเลยสักครั้ง

นี่คือเหตุผลที่ผมเลิกทะเลาะกับคนในบ้านเรื่องความรักหมา การไปบอกคุณยายว่า "อย่าให้มัน เดี๋ยวเสียมารยาท" คือการไปบอกแกว่าอย่ารักหมา และนั่นคือการต่อสู้ที่ผมแพ้ทุกครั้งที่เปิดปาก

สิ่งที่ได้ผลกว่าคือเปลี่ยนคนที่ใจอ่อนที่สุดให้กลายเป็นคนที่แจกของรางวัลบ่อยที่สุด ผมวางถุงขนมเล็กๆ ไว้ข้างเก้าอี้ของแก แล้วสอนท่าเดียวที่ใช้เวลาไม่เกินสามวินาที ยื่นมือออกไปพูดว่า "นั่ง" รอหนึ่งจังหวะ ถ้าก้นแตะพื้นก็ให้ ถ้ายังยืนอยู่ก็ชักมือกลับเฉยๆ แกทำได้ ไม่ต้องลุก ไม่ต้องออกแรง และที่สำคัญคือมันเข้ากับนิสัยแก เพราะแกได้ให้ขนมมากกว่าเดิม ไม่ใช่น้อยลง

สอน "นั่งก่อนทักทาย" เป็นจังหวะ ไม่ใช่สอนรวดเดียว

  • จังหวะที่หนึ่ง คนนั่งลงกับพื้นก่อน แล้วให้หมานั่งถึงจะได้ขนม ท่านี้หมาเข้าใจง่ายที่สุดเพราะคนกับหมาระดับสายตาใกล้กัน
  • จังหวะที่สอง คนยืนขึ้น แต่ยังไม่ก้าวเข้าไป ถ้าหมารีบกระโดดขึ้นมาก่อน ให้ถอยหลังกลับไปท่านั่ง
  • จังหวะที่สาม ทำที่ประตูทางเข้า ประตูปิดก่อน แล้วค่อยๆ เปิด ทำซ้ำจนหมานั่งได้แม้ประตูเปิดกว้าง
  • จังหวะที่สี่ คือจังหวะที่ทุกคนข้ามไป แล้วมักพังตรงนี้ คือตอนที่คนกลับบ้านมาแบบไม่ทันตั้งตัว มือเต็ม ถุงกับข้าวหิ้วอยู่ หมามาถึงตัวก่อนที่ใครจะทันตั้งหลัก

จังหวะที่สี่คือที่ที่คุณยายจะเจ็บตัวจริงๆ เพราะตอนนั้นไม่มีใครว่างสั่งอะไรได้ทัน ทางแก้คือซ้อมจังหวะนี้แยกต่างหาก เปิดประตูเข้ามาพร้อมถุงของจริง แล้ววางถุงลงก่อน ค่อยหันมาขอท่าสองวินาที ทำแบบนี้สิบรอบในวันเสาร์ครั้งเดียว ดีกว่าซ้อมตอนไม่มีของในมือร้อยรอบ

เรื่องการกระโดด: อย่าผลัก อย่าพูด อย่ามองหน้า

ผมเคยผลักหมาไหลลงจากอกแล้วรู้สึกเหมือนชนะได้สองวินาที สิ่งที่มันเรียนคือมือคนคือของเล่น

ที่ได้ผลกับหมาที่บ้านผมคือบิดลำตัวให้ไหล่หันออก มองขึ้นเพดาน เงียบไปเลย ไม่มีเสียง ไม่มีชื่อเรียก รอจนสี่ขาลงพื้นครบ แล้วค่อยหันกลับไปให้ขนม โดยวางขนมที่พื้น ไม่ยื่นสูงระดับอก เพราะมือที่ยื่นสูงคือสิ่งที่ดึงดูดให้มันกระโดดขึ้นมาอีก

ข้อที่ต้องยอมรับตรงๆ คือวิธีนี้ต้องใช้คนทั้งบ้าน และมันจะดูแย่ในช่วงสองสามวันแรก เพราะหมาจะกระโดดหนักขึ้นก่อนจะเบาลง มันลองของ ถ้ามีคนทนไม่ไหวแล้วลูบกลางคัน รอบต่อไปมันจะกระโดดนานขึ้นกว่าเดิม เพราะมันเรียนรู้ว่าแค่กระโดดนานพอ เดี๋ยวก็มีคนยอม

ข้าวที่กินกับพื้นเปลี่ยนวิธีกันขออาหารทั้งวิธี

บ้านผมกินข้าวกับเสื่อที่พื้น ห่างจากจมูกหมาไม่ถึงครึ่งเมตร เรื่อง "อย่าให้อาหารจากโต๊ะ" ที่ฝรั่งเขียนไว้ใช้กับเราไม่ได้ตรงๆ เพราะโต๊ะของเราอยู่ระดับเดียวกับหัวหมา

สิ่งที่ทำได้จริงคือกำหนดที่ของมันก่อนที่คนจะเริ่มกิน ไม่ใช่หลังมันเริ่มครุ่นคิด ผมวางผ้าห่มผืนหนึ่งไว้ห่างวงข้าวประมาณสองเมตร ให้ขนมหรือของเคี้ยวที่มันใช้เวลานานตอนที่คนยังถือจานอยู่ แล้วปล่อยให้มันเลิกสนใจเอง

จุดที่ต้องระวังคือชิ้นเดียวที่หลุดมือ ไม่ว่าจะเป็นหมูยอที่ญาติป้อนในงานบุญ หรือข้าวเหนียวที่หลานทำตก นั่นคือรางวัลแบบไม่แน่นอน ซึ่งเป็นแบบที่หมาเรียนรู้เร็วและลืมยากที่สุด ชิ้นเดียวมักไม่ทำลายกฎทั้งข้อ แต่ชิ้นเดียวที่เกิดซ้ำทุกมื้อจะทำให้กฎทั้งข้อหายไป

ถ้ามีญาติมาจำนวนมาก ผมไม่พูดเรื่องกฎกับใครสิบสองคน ผมพูดประโยคเดียวว่า "อย่าเพิ่งให้นะครับ เดี๋ยวมันท้องเสีย" แล้วเก็บของเคี้ยวของหมาไว้ใกล้มือตัวเอง นี่ไม่ใช่การโกหก แต่เป็นการเลือกเหตุผลที่คนฟังยอมรับง่ายกว่าคำว่ามารยาท

เส้นในครัวกับที่กั้นที่ต้องมีวันถอด

ที่บ้านผม ครัวคือพื้นที่ที่ห้ามเข้า เพราะมีทั้งน้ำมันกระเด็นและคนถือหม้อร้อน เดินสวนกันในซอกแคบๆ คืออุบัติเหตุที่รอเวลา

วิธีที่ผมใช้คือกำหนดเส้นเดียวที่ชัด ใช้เทปแปะพื้นหรือใช้ความต่างของกระเบื้องที่มีอยู่แล้ว ยืนฝั่งตรงข้ามเส้น ส่งขนมให้ตอนที่หมาไม่ข้ามมา เริ่มจากการรอห้าวินาทีก่อน แล้วค่อยขยับเป็นครึ่งนาที ระหว่างนั้นผมเดินเข้าออกให้มันเห็นว่าการที่คนหายเข้าไปแล้วกลับมา ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตาม

ที่กั้นเป็นนั่งร้าน ไม่ใช่ผนัง มันมีไว้กันช่วงที่การฝึกยังไม่แน่น และกันช่วงที่มือคุณเต็มไปด้วยจานร้อน ไม่ใช่ไว้แทนการฝึก ถ้าติดไว้แล้วไม่เคยซ้อมตอนที่มันเปิด คุณจะไม่มีวันรู้ว่าหมาเรียนรู้จริงหรือแค่ถูกขัง และวันที่ต้องถอดออก เช่นตอนย้ายบ้านหรือตอนญาติมาล้นบ้าน จะเจอปัญหาทั้งหมดกลับมาพร้อมกันในวันเดียว

คนแก่กับเด็ก: กฎเดียวกัน แต่คนละหน้าที่

สำหรับคุณยาย การที่หมานั่งก่อนทักทายไม่ใช่เรื่องมารยาท มันคือเรื่องความปลอดภัย สุนัขสิบห้ากิโลที่กระโดดใส่ต้นขาคนอายุเจ็ดสิบกว่าคือแรงที่ทำให้ล้มได้ และคนที่ล้มตอนอายุเท่านี้ใช้เวลา recovering นานกว่าที่เราคิดมาก

มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ผมเพิ่งสังเกตตอนเห็นแกเดินตอนกลางคืน คือหมาที่นอนขวางทางเดินในบ้านก็เป็น "มารยาท" เหมือนกัน เรื่องนี้แก้ด้วยการฝึกให้ไปที่ของตัวเองตอนที่ได้ยินเสียงคนถือถาดเดินมา ไม่ใช่ด้วยการเดินไปดุหมาให้ลุก

ส่วนเด็ก ผมสอนสองอย่างเท่านั้น ยืนนิ่งเหมือนต้นไม้เมื่อหมากระโดดเข้ามา และกอดอกไว้ ไม่วิ่งไม่กรี๊ด เพราะเสียงสูงกับการวิ่งคือสัญญาณไล่ล่าสำหรับหมา แล้วให้เด็กมีหน้าที่ เป็นคนขอท่าบ้าง เด็กที่ได้ถือขนมจะเลิกแหย่หมาเร็วกว่าเด็กที่ถูกห้ามไม่ให้เข้าใกล้ เพราะการแหย่คือวิธีหาความสนใจของเด็ก และการให้ขนมก็ตอบโจทย์เดียวกันโดยไม่ต้องแลกด้วยการถูกข่วน

ข้อจำกัดที่ผมพูดตรงๆ คือหมาไม่ใช่ทุกตัวที่จะปลอดภัยพอจะอยู่ใกล้เด็กเล็กโดยไม่มีคนดูแล และไม่ใช่ทุกบ้านที่จัดพื้นที่แยกได้ การยอมรับว่าบ้านนี้ต้องมีคนกั้นกลางตลอดไป ไม่ใช่ความล้มเหลวของการฝึก

ถ้าหมานิ่งแข็ง ปั้นหน้า หรือขู่ตอนที่ถูกต้อนมุม นั่นไม่ใช่ปัญหามารยาทและไม่ใช่เรื่องที่บทความแบบนี้ควรแก้ ผมจะหยุดตรงนั้น พาไปหาหมอก่อนเพื่อตัดเรื่องเจ็บปวดทางร่างกาย แล้วค่อยคุยกับคนที่ดูแลพฤติกรรมโดยตรง

ตอนที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้า

การฝึกที่ผมเคยพังมากที่สุดไม่ใช่ตอนหมาดื้อ แต่เป็นตอนที่มีคนห้าคนยืนดูอยู่

เพราะทุกคนจะเริ่มสั่งพร้อมกัน ให้ขนมผิดจังหวะ และหันมาคุยกันว่าทำไมหมาไม่เชื่อฟัง ตอนนั้นผมเลิกซ้อมกลางบ้าน แล้วเปลี่ยนไปซ้อมเป็นคู่ วันละสิบนาที ครั้งละสองคนเท่านั้น หลังผ่านไปสองสัปดาห์ค่อยซ้อมตอนคนอยู่ครบ

หลักที่ผมใช้ตัดสินว่าบ้านนี้ไปรอดหรือไม่ ไม่ใช่ดูว่าหมานิ่งแค่ไหนตอนผมยืนอยู่ แต่ดูว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่ผมออกจากห้อง วันที่คุณยายขอท่า "นั่ง" ได้เองโดยไม่มีใครเตือน วันที่หลานยืนนิ่งแทนที่จะวิ่งหนี นั่นคือสัญญาณว่ากฎมันอยู่กับบ้านแล้ว ไม่ได้อยู่กับคนสอนคนเดียว

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา