การฝึกสุนัขขับถ่ายในคอนโดให้ไม่พลาด ขึ้นอยู่กับสองอย่างที่คนเลี้ยงคุมได้เองทั้งหมด คือล็อกให้เหลือจุดถ่ายจุดเดียวที่ไม่ย้ายไปไหน และคุมจังหวะพาหมาไปที่จุดนั้นตามนาฬิกาของร่างกายหมา ไม่ใช่รอจนหมาเดินวนให้แน่ใจแล้วค่อยอุ้มไป วิธีที่ตรงที่สุดคือตั้งถาดที่ระบายของเหลวได้ไว้ที่ระเบียงหรือมุมห้องใกล้ประตู ให้ตีนหมาไม่เปียก แล้วพาไปตรงนั้นทุกครั้งที่มันเพิ่งตื่น เพิ่งกิน เพิ่งเล่น และเว้นทุกหนึ่งถึงสองชั่วโมงในเวลาที่มันยังตื่นอยู่ ทำแบบนี้สม่ำเสมอสองถึงสามสัปดาห์ จำนวนครั้งที่พลาดจะลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ และวันที่ฝนตกหนักจนลงไปเดินข้างล่างไม่ได้ จะกลายเป็นวันธรรมดา เพราะจุดถ่ายของหมาไม่ได้อยู่ข้างนอกอยู่แล้ว

ตีห้ากว่าๆ ผมยืนอยู่ปลายระเบียง แดดยังไม่แตะมุมนั้นของตึก พื้นยังเย็น มือหนึ่งถือสายจูงสั้นๆ อีกมือไม่ได้ทำอะไร หมาของผมเดินวนบนตะแกรงถาดสองรอบ ก้มดมพื้นสามที จริงๆ แค่นั้นก็รู้แล้วว่าเหลืออีกไม่กี่วินาที ผมยืนนิ่ง ไม่ลูบหัว ไม่พูดปลอบ พอมันย่อตัวลง ผมพูดคำเดิมที่พูดทุกเช้าว่า "ไปฉี่" รอให้ทำจนเสร็จ แล้วยื่นไก่ต้มชิ้นเท่านิ้วก้อยให้ที่ปากมันทันที ตรงนั้นเลย ไม่ใช่เดินกลับเข้าห้องแล้วค่อยให้
สองวินาทีคือทั้งหมดของเกมนี้ ช้ากว่านั้น หมาไม่ได้เชื่อมรางวัลกับสิ่งที่มันเพิ่งทำ มันเชื่อมกับ "การเดินกลับเข้าห้อง" แทน
จุดเดียว อยู่ที่เดิม ตลอดไป
ก่อนจะไปเลือกถาด ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าหมาจะถ่ายที่ไหน หนึ่งที่ และที่นั้นจะไม่ย้ายอีก ถ้าย้ายถาดไปมาเท่ากับรีเซ็ตเกมใหม่ทุกครั้ง และหมาจะสับสนว่าจริงๆ แล้วมันควรไปตรงไหน
ระเบียงได้เปรียบเพราะลมช่วยพัดกลิ่นออก และหมาแยกโซน "ในห้อง" กับ "นอกห้อง" ได้ชัดกว่า แต่ต้องไปอ่านระเบียบของนิติบุคคลก่อน ไม่ใช่เดา บางตึกห้ามสัตว์ขึ้นระเบียง บางตึกห้ามเลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว ถ้าใช้ระเบียงไม่ได้ มุมห้องน้ำก็ใช้ได้ ข้อดีคือพื้นกระเบื้องล้างง่าย ข้อเสียคือไม่มีลม กลิ่นอยู่กับห้อง และพื้นเปียกตลอดทำให้หมาบางตัวไม่ยอมเหยียบ
พื้นผิวของจุดถ่ายต้องเป็นแบบเดิมทุกวัน ถ้าจะใช้หญ้าเทียมหรือแผ่นซับใต้ตะแกรง ก็เลือกอย่างเดียว อย่าสลับไปสลับมา เพราะหมาจำที่ด้วยกลิ่นและพื้นสัมผัส การเปลี่ยนพื้นผิวบ่อยเท่ากับเปลี่ยนที่
เรื่องที่คนมักมองข้ามคือความร้อน ช่วงบ่าย ระเบียงหลายตึกพื้นร้อนจนเอามือแตะไม่ถึงห้าวินาที วันไหนเป็นแบบนั้น หมาไม่ขึ้นไปยืนเด็ดขาด ต้องเลื่อนเวลาไปเช้าหรือเย็น หรือหามุมร่ม เรื่องลมก็เหมือนกัน ชั้นสูงลมแรงพอจะพลิกถาดได้ ใช้ของหนักทับมุมไว้ และเรื่องกลิ่น กลิ่นไม่ได้ลอยลง มันลอยขึ้น ถ้าอยู่ชั้นล่างๆ ที่มีระเบียงต่อเนื่องกัน ต้องล้างถาดบ่อยกว่าที่คิดไว้หนึ่งเท่า
นับจำนวนครั้งที่ถูก ไม่ใช่นับครั้งที่พลาด
คนส่วนใหญ่ตั้งเป้าว่าวันนี้ต้องไม่พลาดเลย ซึ่งวัดยากและจบไม่สวย เป้าที่วัดได้จริงคือวันนี้หมาได้ถ่ายในที่ของมันกี่ครั้ง ถ้าอยากให้วันหนึ่งมีห้าครั้งที่ถูก ก็ต้องเปิดโอกาสให้มันห้าถึงหกครั้ง ถ้าเปิดโอกาสแค่สองครั้งแล้วมันพลาดทั้งสองครั้ง ตัวเลขดูแย่ แต่จริงๆ มันคือเราที่ไม่ได้ให้โอกาส
ลูกหมาและหมาที่เพิ่งเริ่มฝึกต้องออกบ่อยกว่านั้นมาก หลังตื่นนอน หลังกินอาหารประมาณห้าถึงยี่สิบนาที หลังเล่นเสร็จ และเว้นทุกหนึ่งถึงสองชั่วโมงในเวลาที่มันยังตื่นอยู่ ตัวเต็มวัยที่ฝึกแล้วอยู่ที่สี่ถึงห้าครั้งต่อวัน และไม่ควรให้อั้นยาวกว่านั้นเพื่อความสะดวกของเรา การอั้นเก่งไม่ใช่ความสำเร็จของการฝึก
สิ่งที่ห้ามทำคือลดน้ำ น้ำไม่ใช่ตัวปัญหา การลดน้ำทำให้หมาปวดท้องและทำให้หินปูนหรือทางเดินปัสสาวะมีปัญหาแทน วิธีที่ถูกคือคุมเวลาให้น้ำ ไม่ใช่คุมปริมาณ
ตอนพาไปที่ถาด ใช้สายจูงสั้น ยืนนิ่ง ไม่เล่นด้วย ไม่คุยด้วย รอสามถึงห้าวินาที ถ้าไม่ทำ พากลับเข้าไปในกรงหรือคอกสั้นๆ แล้วลองใหม่ในอีกสิบห้านาที อย่าปล่อยให้มันเดินเล่นแถวนั้นแล้วรอไปเรื่อยๆ เพราะมันจะเรียนรู้ว่าการยืนเฉยคือการได้เดินเล่น
สามสิบวินาทีที่พลาดบ่อยที่สุด
ช่วงจากประตูห้องถึงลิฟต์คือจุดที่พังบ่อยที่สุด และเหตุผลไม่ใช่หมาดื้อ หมาที่ถูกฝึกในคอนโดจะเรียนรู้เร็วว่าห้ามถ่ายในห้อง แล้วมันเหมารวมว่านอกห้องคือที่ที่ทำได้ รวมทั้งหน้าลิฟต์ด้วย บวกกับกลิ่นหมาตัวอื่นที่ฝังอยู่ในโถงทางเดิน ซึ่งกระตุ้นให้ตัวผู้ยกขามากขึ้น
วิธีที่ใช้ได้คือแวะที่ถาดก่อนออกจากห้องทุกครั้ง แม้จะแค่ลงไปซื้อของหน้าปากซอย ตัวเล็กให้อุ้มจนถึงชั้นล่าง ตัวใหญ่กว่านั้นให้เดินชิดขาและห้ามปล่อยดมหน้าลิฟต์ พกผ้าขนหนูผืนเล็กกับขวดน้ำไว้ในกระเป๋า เพราะบางทีมันทำก่อนถึงพื้นดินจริงๆ และอย่าลืมว่ากลางทางกลับเข้าห้องก็เสี่ยงไม่ต่างกัน
ฝนตกไม่ได้ทำให้แผนพัง แต่มันเปลี่ยนกลิ่น
เพราะจุดถ่ายอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ฝนตกจึงไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน สิ่งที่เปลี่ยนคือกลิ่น ฝนล้างพื้นดิน กลิ่นดิน กลิ่นหญ้า กลิ่นหมาตัวอื่นฟุ้งขึ้นมา หมาได้รับข้อมูลมากกว่าปกติหลายเท่า บางตัวดมจนลืมเรื่องอื่น บางตัวตื่นเต้นเกินไปจนทำไม่ลง สองสามวันแรกของหน้าฝนจึงมักมีถอยหลังหนึ่งก้าวเสมอ ไม่ใช่เพราะนิสัยเสีย แต่เพราะโลกทั้งใบของมันเปลี่ยนกลิ่น
ที่ต้องเช็คจริงๆ คือระเบียง ถ้าฝนสาดถึงถาด ต้องเลื่อนไปมุมที่ฝนไม่ถึงหรือหาอะไรบัง น้ำฝนขังในถาดคือทั้งกลิ่นและยุง ต้องเททิ้งล้างทุกวันแล้วตากให้แห้ง อย่าปล่อยให้แฉะเพราะหมาจะเริ่มเลี่ยงไม่ขึ้นไปยืน และกลับเข้าห้องมาต้องเช็ดตีนให้แห้งก่อนปล่อยลงพื้น เพราะกระเบื้องเปียกทำให้หมาลื่นและเริ่มกลัวระเบียง
ตอนที่มันพลาด อย่าเพิ่งดุ
การดุสอนให้หมารู้ว่าคนไม่โอเคที่เห็นมันฉี่ ไม่ได้สอนว่ามันฉี่ผิดที่ ผลคือมันจะไปแอบฉี่หลังโซฟา หรือรอจนไม่มีใครอยู่ งานจะยากขึ้นเป็นเท่าตัว
สิ่งที่ต้องทำคือล้างกลิ่นให้จริง น้ำยาล้างพื้นทั่วไปกลบกลิ่นได้สำหรับจมูกคน แต่หมาไม่ได้ใช้จมูกแบบคน ต้องใช้น้ำยาที่สลายโปรตีนหรือเอนไซม์ ราดให้ท่วม ซับออก ไม่ต้องถูแรง เพราะการถูจะดันลงไปตามร่องยาแนว และในวันที่พลาด ให้จดเวลาที่มันพลาดไว้ ไม่ใช่จดแค่ที่ เพราะเวลาจะบอกได้ว่าตารางเราขาดตรงไหน
อีกอย่างที่ต้องระวังคือน้ำหอมปรับอากาศหรือน้ำยาที่กลิ่นแรงจัดวางใกล้ถาด หมาบางตัวจะไม่ยอมขึ้นไปเลย จุดถ่ายต้องมีกลิ่นประจำที่ของมันอยู่บ้าง ไม่ใช่สะอาดจนไม่เหลือร่องรอยอะไร
กรงกับคอก ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
กรงช่วยเรื่องการอั้นได้จริง ถ้าใช้ถูก ขนาดต้องพอให้มันยืนหมุนตัวและนอนเหยียดขาได้ ใหญ่เกินไปก็ไม่ช่วย ใช้เวลาในกรงประมาณชั่วโมงต่ออายุเป็นเดือนบวกหนึ่งสำหรับลูกหมา ห้ามใช้เป็นที่ลงโทษเด็ดขาด ถ้าเราไม่อยู่บ้านแปดชั่วโมง อย่าใช้กรงเลย ใช้คอกที่กว้างกว่าและมีถาดอยู่ในนั้นแทน ให้มันเลือกเองได้
ตอนที่ทุกอย่างถอยหลัง
ย้ายห้อง เปลี่ยนคนเลี้ยง มีสมาชิกใหม่ในบ้าน หรือเพิ่งเจอหมาตัวใหม่ จะมีช่วงถอยหลังสองสามวันเสมอ ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด แค่กลับไปตารางเดิมและให้รางวัลถี่ขึ้นกว่าเดิมทุกครั้งที่มันทำถูก
และถ้าหมาเคยทำได้ดีอยู่ๆ พลาดถี่ขึ้นผิดปกติ ปวดเบ่งบ่อย ร้องตอนถ่าย หรือมีอะไรที่ดูไม่เหมือนเดิมทางร่างกาย นั่นไม่ใช่เรื่องฝึกแล้ว ต้องให้สัตวแพทย์ดู อย่าเพิ่งไปโทษวินัย
ข้อจำกัดที่ต้องพูดตรงๆ คือไม่ใช่ทุกตัวจะยอมใช้ถาด บางตัวยอมเฉพาะหญ้าจริงที่มีดิน ถ้าเป็นแบบนั้น ทางเลือกคือแผ่นหญ้าจริงบนถาด ซึ่งเลอะกว่า ต้องเปลี่ยนบ่อยกว่า และต้องรดน้ำเลี้ยง แต่ถ้าเลือกไปทางนั้น ก็เท่ากับยอมรับว่าวันฝนตกคุณกลับมาแก้ปัญหาเดิมอยู่ดี
อีกข้อคือเรื่องคน ในสองถึงสามสัปดาห์แรกที่ฝึกจริงจัง คนต้องอยู่ให้ทันจังหวะ ถ้าออกจากห้องเช้าและกลับค่ำทุกวัน แผนนี้จะยืดออกเป็นเดือนหรือไม่ค่อยเดินเลย ไม่ใช่เพราะหมาโง่ แต่เพราะไม่มีใครเปิดโอกาสให้มันทำถูก และนั่นคือเหตุผลที่ผมบอกเสมอว่าให้ตัดสินใจเรื่องจุดถ่ายให้จบตั้งแต่ก่อนหมาตัวแรกจะเข้ามาอยู่ในห้อง เพราะจุดถ่ายของหมาไม่ควรขึ้นกับว่าวันนี้ฝนตกหรือเปล่า