ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ฝึกหมารอประตูได้แม้มีคนกดกริ่ง

จุดที่ต้องฝึกจริงไม่ใช่ประตูหน้าบ้าน แต่คือธรณีบานเลื่อนที่คั่นระหว่างห้องกับระเบียง เพราะอุบัติเหตุหมาไถลออกระเบียงหรือดันบานออกไปเกือบทั้งหมดเริ่มจากเส้นนั้น เป้าหมายจึงไม่ใช่ว่าหมาได้ท่านั่งสวย ๆ แต่คือให้หมาหยุดอยู่หลังเส้นสมมติบนพื้นจนกว่าจะได้ยินคำปล่อย และต้องซ้อมกับเสียงจริงของบ้าน ทั้งเสียงรางเลื่อน เสียงกริ่ง และเสียงคนในบ้านเปิดปิดบาน ไม่ใช่ซ้อมตอนบ้านเงียบ

บานเลื่อนที่ผมอยู่ด้วยทุกวันมีเสียงประจำตัวของมัน รางดัง "แกร็ก" หนึ่งจังหวะก่อนบานจะขยับทุกครั้ง และหมาเรียนรู้จังหวะนั้นเร็วกว่าที่ผมคิด ผมเคยยืนถือถุงกับข้าวอยู่กลางห้อง ตอนนั้นฝนตั้งเค้า ลมจากระเบียงพัดม่านปลิว ยังไม่ทันวางถุง หูก็ได้ยินเสียงล้อครูดราง ตามด้วยเสียงเล็บกระทบกระเบื้องรัว ๆ แล้วจมูกเปียกก็แทรกออกไปในช่องที่ยังแคบไม่ถึงฝ่ามือ

ผมไม่ได้ดุหมาในวินาทีนั้น เราไม่ทันกันจริง ๆ สิ่งที่ผมทำได้คือดึงบานกลับ ปิด แล้วยืนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของหมาเลย ผมฝึกมันตอนที่บ้านเงียบ ตัวผมว่าง และไม่มีอะไรกดดัน แต่ไม่เคยฝึกตรงจังหวะที่มือมีถุงกับข้าว กริ่งดัง และคนในบ้านเดินสวนไปสวนมา นั่นคือช่องว่างทั้งหมด

เส้นสมมติที่อยู่บนพื้น ไม่ใช่ที่ตัวบาน

ผมไม่ยืนรอที่ตัวบาน เพราะตัวบานขยับได้ บานสกรีนก็เลื่อนแยกได้ และหมาเอาจมูกดันเองได้ด้วย ฉะนั้นเส้นที่ใช้ต้องอยู่บนพื้น อยู่กับที่ และมองเห็นได้จากทั้งสองฝั่ง

ที่บ้านผมใช้รอยต่อกระเบื้องแถวที่วิ่งขนานกับราง ห่างจากรางประมาณหนึ่งช่วงตัวหมา ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม ไม่ต้องปูอะไรทับ รอยที่มีอยู่แล้วนั่นแหละที่หมาแยกแยะได้

กฎมีข้อเดียว ห้ามเท้าหน้าข้ามเส้นนี้จนกว่าจะได้ยินคำปล่อย ซึ่งแปลว่าคำปล่อยต้องเป็นคำที่ผมไม่ได้พูดทั้งวัน ถ้าเลือกคำที่ใช้เรียกหมากินข้าวหรือเรียกให้ตามมา คำนั้นจะเละทันที

ตอนแรกผมเคยใช้มือดันอกหมากลับ แล้วพบว่ามันได้ผลเฉพาะเวลามือผมอยู่ตรงนั้น พอเผลอ มันก็พุ่งเหมือนเดิม แถมบางท่ามันอ่านเป็นการเล่น เขย่า ๆ กันสนุก ๆ ยิ่งกว่าการถูกห้าม ส่วนคำปล่อยที่ตามด้วยรางวัลกลับได้ผลเร็วกว่า เพราะหมาแยกออกว่าการรอคือเงื่อนไขของการได้ออกไป ไม่ใช่การถูกล็อก

จุดที่คนมักพลาดคือตำแหน่งของรางวัล ถ้ายื่นมือไปที่ช่องประตูแล้วให้ตรงนั้น หมาก็จะค่อย ๆ ขยับเข้ามาชิดช่องขึ้นทุกวัน รางวัลต้องไปอยู่หลังเส้น ตรงจุดที่หมาควรยืน ไม่ใช่ตรงจุดที่มันอยากไป

เปิดแค่คืบ แล้วค่อย ๆ ถ่าง

เซสชันแรกผมไม่เปิดให้ออกเลยด้วยซ้ำ แค่วางมือบนมือจับ ดึงช้า ๆ ให้บานแยกออกหนึ่งนิ้ว ถ้าหมายังอยู่หลังเส้น ผมปิดบาน แล้วให้รางวัลที่จุดเดิม

วันถัดมาเปิดสองนิ้ว ต่อด้วยหนึ่งฝ่ามือ จากนั้นหนึ่งแขน แล้วค่อยขยับไปจนกว้างพอให้คนเดินผ่านได้ เป้าคือเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่หมาไม่ขยับ สัญญาณว่าฝึกได้ผลจริงไม่ใช่วันที่หมานั่งนิ่งตอนบานแคบ แต่เป็นวันที่บานเปิดกว้างเท่าตัวคนและมันยังอยู่หลังเส้น

ถ้าพลาด ผมไม่ดุ ผมแค่ปิดบานแล้วถอยไปเปิดช่องแคบกว่าเดิม เสียงบานปิดคือผลที่ตามมาแบบตรงไปตรงมาและพอสำหรับหมา ตรงนี้ผมใช้เวลานานกว่าที่คิดตอนแรก หมาแก่ที่อยู่บ้านมาก่อนผมหลายปีใช้เวลาราวสองสัปดาห์กว่าจะนิ่ง แต่หมาที่เคยไถลออกไปวิ่งเล่นข้างนอกมาแล้วใช้เวลานานกว่านั้นมาก เพราะมันรู้ว่าอีกฝั่งของบานมีอะไรสนุก

รางเลื่อนที่ดัง คือสัญญาณนับถอยหลัง

ถ้ารางบานบ้านใครดังเหมือนบ้านผม ต้องยอมรับว่าเสียงนั้นคือคำสั่ง "ไป" ในสายตาหมา มันดังก่อนที่บานจะขยับเสียอีก

วิธีที่ได้ผลกับผมคือแทรกความเงียบเข้าไปในจังหวะเดิม ยืนจับมือจับไว้ก่อน ไม่ดึงทันที รอให้หมาอยู่หลังเส้นก่อนค่อยออกแรง และเปิดช้าที่สุดเท่าที่ทำได้ การเปิดเร็วคือการสั่งปล่อยทางอ้อม

ผมใช้จังหวะเดียวกันนี้กับบานสกรีนด้วย เพราะเป็นบานที่หมาเอาจมูกดันเปิดเองได้ง่ายที่สุด และเป็นบานที่เราใช้จริงทุกวัน ตอนหน้าฝนพื้นระเบียงเปียก หมาไถลได้ง่ายมาก การพุ่งออกไปแล้วลื่นล้มใส่รางเป็นอีกเหตุผลที่เส้นนี้สำคัญ

เสียงกริ่งกับคนในบ้าน คือสองช่วงที่พังบ่อยที่สุด

สองจังหวะนี้ยากกว่าเซสชันทั้งหมดรวมกัน เพราะความสนใจของผมถูกแย่งไปตรงจุดที่ต้องใช้มันพอดี ตอนกริ่งดัง มือผมมีถุง มีโทรศัพท์ มีข้อความว่าไรเดอร์กำลังขึ้นมา

สิ่งที่ทำได้จริงคือทำตัวช้า ไม่ใช่เร็ว วางของลงก่อน ต่อให้ไรเดอร์ยืนรอ ใช้เวลาห้าวินาทีก็ยอม แล้วเดินมาที่เส้น มองหมาตัวจริง ๆ ค่อยเปิดบาน

แต่ถ้าอยากซ้อมให้ใกล้ของจริง ให้ใช้คนในบ้านช่วย ใครสักคนยืนนอกประตูแล้วเคาะเรียกตอนที่ผมอุ้มถุงกับข้าวอยู่ หรือเปิดปิดบานระเบียงสวนจังหวะที่ผมกำลังก้มเก็บของ วิธีนี้ได้ผลกว่าการซ้อมตอนบ้านเงียบ เพราะกริ่งจริงมาเมื่อไหร่ หมาก็เจอสิ่งที่เคยเจอมาแล้ว

สำหรับบ้านที่ยังฝึกไม่ถึง จังหวะที่กริ่งดังจริง ๆ ให้ปิดบานระเบียงไว้ก่อน รับของให้เสร็จ แล้วค่อยซ้อมสั้น ๆ ทีหลังหนึ่งหรือสองรอบ อย่าเอาวินาทีที่โกลาหลที่สุดไปเป็นบทเรียน เพราะทุกครั้งที่หมาได้ออกไปตอนกริ่งดัง มันกำลังเรียนว่ากดกริ่งแล้วได้ออก ห้าครั้งสิบครั้งก็เริ่มนับหนึ่งใหม่

กฎเดียวกันทั้งบ้าน คือเงื่อนไขที่ต่อรองไม่ได้

นี่คือส่วนที่คนพูดถึงน้อยที่สุด แต่เป็นสาเหตุที่ระบบพังมากที่สุด ในบ้านที่มีหลายคน หมาไม่ได้เรียนรู้กฎจากทุกคน มันเรียนรู้ว่าใครบังคับกฎ

ที่บ้านผมเองก็มีคนที่บางวันรีบจนเปิดบานให้หมาออกไปก่อน แล้วค่อยบอกว่าขอโทษ ไม่เป็นไร แต่ผลคือหมากลับไปหนึ่งสัปดาห์

ทางออกที่ผมใช้ไม่ใช่การเถียงเรื่องวินัย แต่ขอความร่วมมือแบบเล็กที่สุด ก่อนเปิดบาน ให้วางมือบนมือจับค้างไว้สามวินาที ถ้าหมานิ่งอยู่หลังเส้นก็เปิดได้เลย แค่นั้น ไม่ต้องพูดคำปล่อย ไม่ต้องทำครบขั้นตอน ขอแค่จังหวะหยุดสั้น ๆ ก่อนบานขยับ เพราะสิ่งที่หมาเรียนรู้จากท่านี้คือ ไม่มีใครเปิดบานให้ตอนที่มันยืนชิดบาน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดในทั้งกระบวนการ

วันที่ผมถือของร้อน และฝนกำลังจะตก

วันที่ผมรู้ว่ามันได้ผลจริงไม่ใช่วันที่บรรยากาศดี ผมยืนอยู่ที่ธรณี ถุงกับข้าววางอยู่ที่เท้า โทรศัพท์สั่นอยู่ในกระเป๋า ในครัวมีหม้อที่กำลังจะเดือด ฝนเริ่มลงเม็ด และหมาก็ยังยืนอยู่หลังรอยต่อกระเบื้องนั้นโดยไม่ขยับ

ผมไม่ได้พูดอะไรกับมันเลย ไม่ต้องออกคำสั่ง ไม่ต้องยื่นมือไปดัน ผมแค่เปิดบานกว้างพอให้ตัวเองเดินผ่าน แล้วหันไปให้คำปล่อยที่ตกลงกันไว้

ตรงนี้ผมอยากบอกตามจริงว่ามันไม่ใช่ท่านั่งที่สวย มันคือความนิ่งในวินาทีที่เร่งที่สุดของวัน และเป็นท่าที่หมาใช้จริงตอนที่เราลืมตัวที่สุด ซึ่งก็เป็นทั้งหมดที่ผมต้องการจากเรื่องนี้

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา