อาบน้ำสุนัขที่บ้านให้จบจริงมีห้าขั้นตอนเรียงต่อกันเป็นลูปเดียว คือ แปรงขนให้ก้อนที่พันกันหลุดออกก่อน เปียกน้ำให้ถึงผิวหนัง ทาแชมพูที่เจือจางแล้วล้างออกจนน้ำที่ไหลทิ้งใสสะอาด และเช็ดไล่ความชื้นให้แห้งถึงโคนขน ขั้นสุดท้ายไม่ใช่การเก็บงาน แต่เป็นขั้นที่ตัดสินผลลัพธ์ทั้งหมด เพราะในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา ขนที่เปียกแล้วยังไม่แห้งถึงผิวคือจุดที่กลิ่นตัวและปัญหาผิวเริ่มก่อตัว คนที่บ่นว่าอาบน้ำหมาแล้วหมาเหม็นเร็วภายในหนึ่งวัน ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้แชมพูผิด แต่ทำลูปนี้ขาดไปหนึ่งขั้น

เย็นหนึ่งปลายฝน ฝนเพิ่งหยุดไปได้ชั่วโมงกว่า พื้นปูนหลังบ้านยังมีแอ่งน้ำบาง ๆ ตรงร่องระบาย หมาเดินมาเลียมือผมแล้วสะบัดตัวหนึ่งที กลิ่นอับลอยขึ้นมาก่อนที่ผมจะทันเห็นด้วยซ้ำว่าขนตรงท้องมันเปียกครึ่งตัว ตอนนั้นรู้เลยว่าคืนนี้ปล่อยไว้ไม่ได้
แต่สิ่งที่ผมอยากให้ลองเปลี่ยนคือวิธีมอง อย่ามองการอาบน้ำหมาเป็นทิปห้าข้อที่หยิบมาใช้ทีละข้อ แต่มองเป็นลูปเดียวที่ถ้าขั้นไหนหลุด ขั้นถัดไปจะกินแรงและเวลามากขึ้นทันที ขนที่ยังพันกันอยู่จะกักน้ำไว้ข้างใน ทำให้ขั้นล้างใช้เวลานานขึ้นเป็นเท่าตัว และขั้นเช็ดก็แทบไม่มีทางไล่ความชื้นออกจากก้อนขนนั้นได้เลย
ลูปห้าขั้น และจุดที่คนมักทำหลุด
แปรงก่อน กับน้ำที่ค้างอยู่ในก้อนขน
ผมวางแปรงซี่ห่างไว้ข้างตะกร้า ก่อนจะแตะสายยางด้วยซ้ำ วิธีเช็กง่าย ๆ คือใช้หลังมือลูบจากท้ายทอยไล่ลงมาถึงโคนหาง ถ้าเจอก้อนที่มือสะดุด ให้หยุดตรงนั้นแล้วแปรงออกให้หมดก่อน
ก้อนขนเปียกไม่เหมือนขนที่แปรงแล้ว มันเป็นฟองน้ำคนละลูก โดยเฉพาะหมาขนสองชั้นที่ขนใต้ชั้นนอกหลุดเป็นกระจุก กระจุกพวกนี้จะอุ้มน้ำไว้ได้นานเป็นชั่วโมงหลังจากส่วนอื่นแห้งไปแล้ว และนั่นคือจุดที่ส่งกลิ่นก่อนเพื่อนเสมอ
เปียกและล้าง สองขั้นที่ต้องฟังน้ำ
น้ำที่ใช้ควรอุ่นพอ ๆ กับมือเรา วิธีเช็กที่เชื่อได้ที่สุดคือปล่อยน้ำผ่านข้อมือด้านใน ถ้ารู้สึกอุ่นสบายคือพอ น้ำร้อนไม่ได้ช่วยอะไรในอากาศบ้านเรา และหมาจะเริ่มถอยหนีตั้งแต่ยังไม่ทันเปียก
การเปียกให้ถึงหนังต่างจากการเปียกให้ขนด้านบนดูดำ ใช้หัวฉีดจ่อใกล้ผิวแล้วเลื่อนไปตามทางของขน ใช้มือแหวกขนเป็นช่วง ๆ เพื่อดูว่าถึงผิวหรือยัง หมาขนสั้นชั้นเดียวใช้เวลาไม่นาน แต่หมาขนสองชั้นต้องใจเย็นกว่านั้น ตัววัดคือกดนิ้วลงไปที่สีข้าง ถ้ายังรู้สึกได้ว่ามีชั้นขนแห้งคั่นอยู่ ก็ยังไม่พอ
แชมพูที่ผมใช้จะผสมเจือจางในขวดน้ำก่อนเสมอ เพราะการปั๊มแชมพูเข้มข้นลงไปกองเดียวแล้วถู จะทำให้ตรงนั้นล้างยากกว่าที่คิด และเศษที่ค้างอยู่ก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นกับความชื้นหมักหมม ตรงจุดที่มักลืมคือรักแร้ โคนขา ใต้ปลอกคอ โคนหาง กับรอบก้น ส่วนรอบตากับในรูหูให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแทน
ขั้นล้างให้ดูที่น้ำที่ไหลออก ไม่ใช่ดูที่ฟอง บางคนเห็นไม่มีฟองแล้วก็หยุด ทั้งที่น้ำยังลื่นมืออยู่ ให้รองน้ำที่ไหลจากท้องหมาใส่ฝ่ามือ ถ้ายังลื่นหรือยังเป็นเมือก ๆ ก็ล้างต่อไปจนกว่าน้ำจะใสและไม่ลื่น ฟองหมดก่อนความสะอาดเสมอ
ขั้นที่ห้าคือขั้นที่ตัดสินทุกอย่าง
ผมซับด้วยผืนแรกแบบกด ไม่ถูแรง ๆ แล้วใช้ผืนที่สองที่แห้งจริงซับอีกรอบ หลังจากนั้นคือการทำให้อากาศเคลื่อนผ่านขน ไม่ใช่ปล่อยให้หมาเดินไปนอนในห้องน้ำปิดท้ายบ้าน เพราะในอากาศชื้นแบบบ้านเรา การระเหยช้ามาก หมาเปียกที่นอนบนพื้นเปียกจะแห้งช้ากว่าที่คิดไว้เยอะ
ย้ายไปที่แห้ง มีพัดลมเป่าให้อากาศผ่าน หรือนั่งในที่ร่มที่มีลมโกรก อย่าเอาไดร์ร้อนจ่อใกล้จนมือเราเองยังทนไม่ได้ เพราะผิวหมาไม่ได้บอกเราได้ก่อนว่าเริ่มร้อนเกินไป ถ้าจะเป่าลม ให้เลื่อนไปเรื่อย ๆ ไม่จ่อแช่ที่เดิม ยังไงในหน้าฝนการอาบตอนเช้าหรือกลางวันก็จัดการความชื้นได้ง่ายกว่าอาบตอนค่ำแล้วนอนทั้งคืนบนขนที่ยังชื้น
ขนแบบไหนใช้จังหวะต่างกัน
ขนสั้นชั้นเดียว ลูปทั้งห้าขั้นสั้นที่สุด แปรงเร็ว เปียกเร็ว ล้างเร็ว แห้งเร็ว ไม่มีอะไรซับซ้อน
ขนสองชั้นซึ่งมีขนใต้ชั้นนอกจากชั้นนอก สัดส่วนเวลาส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ขั้นแรกกับขั้นสุดท้าย คือแปรงนาน และเช็ด-เป่านาน ล้างแทบไม่ยาก แต่ก้อนขนใต้ชั้นจะกักน้ำเก่งมาก และไม่ควรโกนทิ้งเพื่อให้แห้งเร็วขึ้น เพราะขนชั้นนี้มีหน้าที่อื่นอีก และการโกนมีเรื่องที่ต้องคิดต่อมากกว่าที่คนมักพูดถึง
ขนยาวที่มีขนใต้ชั้น ต้องแปรงเป็นชั้น แหวกให้ถึงหนังทีละส่วน ไม่ใช่แปรงแต่ด้านบน ล้างต้องใช้เวลาที่สุด และตอนเช็ดต้องแยกชั้นขนด้วยมือให้ลมผ่านเข้าไปข้างในได้ ถ้าแค่คลุมผ้าไว้เฉย ๆ ข้างในจะยังชื้น
อีกอย่างที่ผมเจอคือ หลายคนคิดว่าอากาศชื้นต้องอาบบ่อยขึ้น แต่การอาบหนึ่งครั้งคือลูปหนึ่งรอบ ถ้ารอบไหนทำไม่ครบ การอาบถี่ขึ้นกลับยิ่งสะสมความชื้น บางสัปดาห์เช็ดเท้า เช็ดท้อง กับก้นก็พอ แล้วค่อยอาบเต็มลูปตอนที่วันไหนแดดดีจริง ๆ
สิ่งที่มือเราจะรู้ก่อนตา และเมื่อไหร่ที่ต้องหยุด
ข้อดีของการอาบน้ำเองคือมือเราผ่านทั่วตัวหมา ซึ่งเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะเจอสิ่งที่มองไม่เห็นในยามปกติ ถ้าเจอผื่นแดง หนังลอกเป็นขุย เป็นสะเก็ด เป็นคราบหนา ๆ ตุ่ม หรือก้อนเล็ก ๆ อย่าลังเล
ถ้าอาบครบทั้งห้าขั้นแล้วกลิ่นยังกลับมาภายในหนึ่งวัน นั่นไม่ใช่เรื่องของแชมพูยี่ห้อไหน อย่าเพิ่งเปลี่ยนผลิตภัณฑ์แล้วอาบซ้ำถี่ ๆ ให้พาไปหาสัตวแพทย์ดูดีกว่า เพราะสิ่งที่ต้องแก้อยู่ใต้ผิว ไม่ได้อยู่ที่น้ำยาอาบ
เรื่องหูที่คนพลาดง่าย
ตอนล้างหัว เอียงหัวหมาลงเล็กน้อย ใช้ฝ่ามือกดใบหูปิดปากช่องหูไว้ อย่าเล็งหัวฉีดเข้าที่หัวตรง ๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเอา และตอนซับ ใช้ผ้าแห้งพันนิ้วเช็ดเฉพาะด้านในของใบหูเท่าที่นิ้วเราเข้าไปได้ตามธรรมชาติ ไม่ต้องพยายามเข้าไปให้ลึกหรือเขี่ยอะไรออกมา
ถ้าหลังอาบแล้วหูมีกลิ่น หมาเอียงหัวสั่นหูบ่อย หรือเอาเท้าเกาหู นั่นไม่ใช่เรื่องที่แก้ด้วยสำลี แต่ต้องให้สัตวแพทย์ดู
สุดท้ายนี้ ถ้าอยากรู้ว่าลูปของตัวเองขาดตรงไหน ให้สังเกตจากครั้งถัดไป หลังเช็ดเสร็จ ผ้าผืนที่สองยังชื้นที่บริเวณอกกับใต้ท้องไหม กลิ่นกลับมาวันที่สองหรือเปล่า ถ้ามันหมายถึงขั้นไหน ขั้นนั้นแหละคือจุดที่ต้องแก้ ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งลูป