ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สุนัขกลัวน้ำ อาบได้โดยไม่ต้องจับกด

สุนัขที่กลัวน้ำอาบส่วนใหญ่ไม่ได้กลัวตัวน้ำ แต่กลัวสามอย่างที่มากับการอาบ คือเท้าที่ลื่นบนกระเบื้อง น้ำที่เข้ารูหู และการถูกจับตรึงไม่ให้ขยับหนี การจับให้แน่นขึ้นจึงไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ และบ่อยครั้งทำให้แย่ลง วิธีที่ได้ผลคือรื้อลำดับการเผชิญสิ่งเหล่านี้ใหม่ เริ่มจากปล่อยให้หมายืนบนพื้นห้องน้ำที่ยังไม่มีน้ำสักหยด ให้ผ้าหมาดแตะตัว ให้เหยียบน้ำตื้นแค่ฝ่าเท้า แล้วจึงค่อยไปถึงการอาบเต็มตัว โดยจบแต่ละช่วงก่อนที่หมาจะเริ่มตื่นตระหนก

ผมเคยคุกเข่าอยู่ริมอ่างในห้องน้ำหลังบ้าน พื้นเปียกไปด้วยน้ำจากสายยาง หมายืนตัวสั่นอยู่บนกระเบื้อง มือซ้ายผมกำอยู่ที่ต้นคอ มือขวาถือสายยาง จังหวะที่ผมเปิดน้ำ ฝ่าเท้าหน้าของมันไถลไปข้างหน้าพร้อมกันทั้งสองข้าง ตัวมันทรุดลงครึ่งท่อน เล็บหลังครูดกับกระเบื้องเสียงแหลม มันสะบัดแรงจนผมต้องกำแน่นขึ้น แล้วมันก็นิ่งไป นิ่งแบบที่ไม่ใช่ยอม แต่เป็นนิ่งแบบหมดทางไป

นั่นคือวินาทีที่ผมรู้ว่าผมไม่ได้กำลังอาบน้ำให้หมา ผมกำลังสอนมันอยู่ว่าห้องน้ำคือที่ที่มันหนีไม่ได้

หลังจากนั้นหลายเดือนมันไม่ยอมเดินผ่านประตูห้องน้ำเลย ผมเข้าใจผิดอยู่นานว่ามันดื้อ เลยอุ้มมันเข้าอ่างทุกครั้ง ซึ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง เพราะทุกครั้งที่อุ้ม เท้าลอยจากพื้น มันไม่มีที่ยืนของตัวเองเลย

จุดที่ผมเปลี่ยนคือเลิกถามว่าทำยังไงให้หมานิ่ง แล้วเริ่มถามว่า อะไรคือสิ่งที่มันเจอเป็นอย่างแรกตอนที่มันเริ่มกลัว

สิ่งที่หมาจำได้คือเท้ากับหู ไม่ใช่คำว่าอาบน้ำ

จำได้ว่าครั้งเดียวก็พอ หมาเรียนรู้จากประสบการณ์เลวร้ายครั้งเดียวได้เร็วกว่าประสบการณ์ดี ๆ สิบครั้งที่ตามมา การจำของมันไม่ได้เก็บเป็นคำว่า "อาบน้ำ" แต่เก็บเป็นภาพและความรู้สึกของช่วงเสี้ยววินาที เท้าที่ไถล ฝ่าเท้าที่ไม่เกาะพื้น น้ำที่ไหลเข้ารูหู แล้วก็มือที่กดลงมาที่ต้นคอ

เพราะฉะนั้นจะสอนด้วยการอาบน้ำให้บ่อยขึ้นหรือให้เบามือขึ้นไม่พอ ลำดับที่มันเจอต้องถูกเรียงใหม่ และต้องเรียงจากของที่เบาที่สุดไปหาของที่หนักที่สุด ไม่ใช่จากหัวลงมาหาง

สองอย่างที่ผมวางลงไปก่อน แล้วทุกอย่างเริ่มขยับ

อย่างแรกคือเสื่อกันลื่น ผมซื้อแบบยางมีปุ่มดูดติดกระเบื้อง วัดให้ใหญ่พอที่หมาจะยืนครบสี่ขาได้สบาย แต่วิธีตรวจที่ผมใช้จริงคือถอดรองเท้า เอาฝ่าเท้าเปียก ๆ ลงไปยืนเองแล้วดัน ดูว่ามันขยับไหม ถ้าเรายังไถล หมาก็ไถล

วางไว้ข้างอ่างก่อน ไม่ใช่ในอ่าง เพราะขอบอ่างสูงทำให้หมาต้องก้าวขึ้น ซึ่งเป็นการทรงตัวที่มันไม่ไว้ใจ

อย่างที่สองคือสายจูง ผมคลิปกับตะขอที่ผนัง ปล่อยให้หย่อนยาวพอที่หมาจะเดินไปถึงประตูห้องน้ำได้ ไม่ได้รั้งคอให้ตึง ไม่ได้ผูกสั้น ความต่างระหว่าง "จูงไว้" กับ "ผูกไว้" อยู่ตรงที่หมายังมีทางเลือก มันยังเดินออกได้

แล้วก็เปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้

เรื่องนี้ฟังดูเล็ก แต่ผมว่าสำคัญที่สุด ถ้าปิดประตู หมาไม่มีทางหนี ตัวมันจะเกร็งทันที และพอเกร็ง สิ่งที่เรียนรู้ไปแล้วทั้งหมดเมื่อวานจะไม่ถูกดึงออกมาใช้เลย ผมอยากให้มันเข้ามาแล้วอยู่ต่อเพราะอยากอยู่ ไม่ใช่เพราะออกไม่ได้

รูหูคือจุดที่หมาไว้ใจน้อยที่สุด

ตอนจับหัวหมาและพยายามจะล้างหู มันจะเอียงหัวหนีทุกครั้ง ผมจึงเลิกราดน้ำจากที่สูง เปลี่ยนเป็นใช้ฝ่ามือพับใบหูลงปิดรูหูไว้ แล้วรดน้ำจากด้านหลังหัวไล่ลงมา ไม่มีอะไรแหย่เข้าไปในรูหูเลยแม้แต่ปลายนิ้ว

ตอนล้างก็เหมือนกัน ถือถ้วยให้ชิดตัวหมา ไม่ยกสูงแล้วเทลงมา เพราะน้ำที่ตกลงมาจากที่สูงจะกระเด็นเข้าหูเสมอ

หลังอาบเสร็จ ใช้มุมผ้าซับรอบนอกใบหู แล้วปล่อยให้มันสะบัดเอง สะบัดหนึ่งทีก็เอาออกได้เยอะกว่าที่เราเช็ดตั้งนาน

ถ้าหลังอาบน้ำหลายครั้งติดกันแล้วหมาเอียงหัวบ่อย หรือสะดุ้งเวลาจับหู อันนั้นไม่ใช่เรื่องความกลัวแล้ว ให้พาไปดูหูที่คลินิก เพราะบางทีมันเจ็บอยู่แล้วเรานึกว่ามันกลัว

การจับกดทำให้ช้าลง และทำให้คนอาบโดนกัด

ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงจับหมากด เพราะตอนที่มันดิ้น มันน่ากลัวจริง ๆ แต่ผลที่ได้กลับตรงข้าม หมาที่ถูกจับตรึงจะเรียนรู้ว่าการอาบน้ำคือการที่มันควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้เลย และครั้งต่อไปมันจะเริ่มตั้งรับตั้งแต่ยังไม่เปิดประตู

ความเสี่ยงที่คนมักไม่พูดถึงคือคนอาบน้ำอยู่ในระดับหน้าหมา ถ้าหมารวมถึงหนีไม่ได้ กรณีที่มันจะกัดก็คือคนที่กั้นทางไว้ การถอยออกมา ไม่จับหัว ไม่คร่อมตัว ไม่ได้ทำให้เราดูอ่อนแอ แต่ทำให้เราอยู่นอกระยะกัด และทำให้หมาเลือกอย่างอื่นได้

ลำดับที่ผมใช้จริง ไล่จากเบาไปหนัก

พื้นห้องน้ำที่ยังไม่มีน้ำ

ผมใช้เวลาสองสามนาทีต่อครั้ง นั่งลงกับพื้น เปิดประตู วางขนมไว้บนเสื่อ แล้วก็อยู่เฉย ๆ ปล่อยให้มันเดินเข้าออกเอง สิ่งที่ผมดูไม่ใช่ "มันยอม进来了ไหม" แต่ดูว่ามันเดินผ่านธรณีประตูด้วยฝีเท้าปกติไหม ถ้าก้าวยาว ๆ เร็ว ๆ แปลว่ายังกลัว

จบก่อนที่มันจะเดินออกไปเอง ถ้าเราเป็นคนพามันออก นั่นคือการหนี ถ้ามันเป็นคนเดินออก นั่นคือการเลือกแล้วกลับมา

ผ้าหมาด

บิดผ้าให้หมาดที่สุดจนแทบไม่มีน้ำหยด จากนั้นแตะที่ไหล่หนึ่งครั้ง แล้วพอ ครั้งต่อไปเพิ่มสีข้าง ครั้งถัดไปเพิ่มขาหน้า ขาหลัง แล้วก็ใบหูที่พับไว้

กติกาคือจบตอนที่หมายังยืนอยู่ ไม่ใช่จบตอนที่มันเริ่มถอย

น้ำตื้นแค่ฝ่าเท้า

ผมใส่น้ำแค่หนึ่งถึงสองเซนติเมตร ให้ยืนบนเสื่อกันลื่นในน้ำตื้น ๆ นั้น ไม่ฉีด ไม่รด ไม่ยกตัว แล้วให้มันเดินผ่านหนึ่งรอบ ถ้าทำได้ ครั้งหน้าค่อยใช้ถ้วยรดจากระดับต่ำลงที่หลังหนึ่งครั้ง

อาบจริง แต่สั้น

เมื่อมาถึงขั้นนี้ ผมยึดเวลาต่ำกว่าห้านาทีเสมอ ล้างจากท้ายตัวขึ้นมาหาหัว ล้างหัวเป็นสิ่งสุดท้าย ระหว่างล้างหัวให้เชยคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลย้อนไปทางท้ายทอย

ส่วนหน้าผมใช้ผ้าเปียกเช็ด ไม่รดน้ำใส่หน้าเลย

และมีบางวันที่ผมไม่ทำเต็มขั้น วันที่หมาเริ่มไม่สบายใจตั้งแต่เปิดประตู ผมอาบแค่ครึ่งล่าง หรือเช็ดด้วยผ้าอย่างเดียวจบ

ฝนตกทุกวัน ไม่ได้แปลว่าต้องรอให้หมาพร้อม

ฤดูฝนในบ้านเราคือช่วงที่หมาเปื้อนโคลนเกือบทุกวัน และบางวันก็ไม่มีเวลาให้ค่อย ๆ ฝึก สิ่งที่ผมทำคือแยกสองเรื่องออกจากกัน วันที่ได้ฝึกคือวันที่ฝึก วันที่ต้องเอาตัวสะอาดคือวันที่เช็ดให้ทั่วถึงด้วยผ้าหมาดแล้วจบ ไม่ยัดการฝึกเข้าไปในวันที่รีบ เพราะวันที่รีบมักจบด้วยการรวบรัด

อีกเรื่องที่ผมให้ความสำคัญพอ ๆ กับตอนอาบ คือตอนเช็ดให้แห้งจริง ในอากาศร้อนชื้น หมาที่ขนหนาสองชั้นแล้วยังหมาดตรงซอกขา ซอกคอ กับระหว่างนิ้วเท้า จะคันและอับได้ง่าย ผมเช็ดจนสัมผัสได้ว่าแห้งจริง ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าไม่ dripping แล้วก็อย่าให้มันขึ้นไปนอนบนที่นอนทั้งที่ยังชื้น

บางกรณีมันช้ากว่าที่คิด

หมาที่กลัวมานานหลายปีจะไม่ได้ใช้เวลาสองอาทิตย์เท่าหมาที่เพิ่งกลัวครั้งแรก บางตัวค้างอยู่ที่ขั้นผ้าหมาดเป็นเดือน ซึ่งผมถือว่าโอเค เพราะความคืบหน้าที่แท้จริงของเดือนนั้นอาจไม่ใช่ "อาบน้ำได้" แต่เป็น "เดินเข้าห้องน้ำเองได้"

ที่ผมย้ำกับตัวเองเสมอคือ อย่าให้ท้ายเกมของการฝึกกลายเป็นการจับ เพราะถ้าวันไหนเราถอยกลับไปกดมันลง วันที่ดี ๆ ก่อนหน้าจะถูกลบไปเกือบหมด

ตอนนี้หมาตัวเดิมที่เคยตัวสั่นอยู่ริมอ่างเดินเข้ามาในห้องน้ำเองตอนที่ผมกำลังบิดผ้า มันยืนรออยู่บนเสื่อ ยกขาหน้าขึ้นหนึ่งทีเหมือนอยากให้เช็ด เรื่องทั้งหมดมันจบลงตรงนั้น ไม่ใช่ตอนที่ผมเปิดน้ำถูกวิธี แต่ตอนที่มันเลือกจะอยู่ต่อ

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา