ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ของพังตอนไม่อยู่บ้าน ใช่ฟันขึ้นไหม

ของพังตอนไม่อยู่บ้านไม่ได้แปลว่าฟันขึ้นเสมอไป วิธีแยกที่ใช้ได้จริงมีแค่สองจุดให้ดู คือ ของพังเกิดตอนไหน และอะไรคือสิ่งที่ถูกกัด ถ้าความเสียหายไปเกิดใน 15-30 นาทีแรกหลังคุณปิดประตูออกจากบ้าน และเป้าที่ถูกกัดคือประตู หน้าต่าง ขอบกรง หรือของที่กลิ่นคุณติดอยู่ ให้ถือว่านั่นคือความเครียดจากการถูกทิ้งไว้ลำพัง ไม่ใช่ฟันแทง แต่ถ้าเป้าเป็นขอบโต๊ะ ขาเก้าอี้ มุมตู้ รองเท้าที่วางทิ้งไว้ หรือสายไฟที่ห้อยอยู่ในระยะเอื้อมถึง และมันเกิดได้ทั้งวันที่คุณอยู่บ้านและวันที่ไม่อยู่ นั่นคือการเคี้ยวจากฟันขึ้น สองแบบนี้ก้าวแรกคนละทาง ถ้าจับให้ถูกตั้งแต่ต้นก็ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเป็นเดือน

ผมไขกุญแจแล้วผลักประตู แต่มันเปิดได้แค่คืบเดียวเพราะมีอะไรติดอยู่ข้างใน ก้มลงไปถึงเห็นว่าขอบประตูห้องนอนถูกแทะจนปูด เศษสีขาวหลุดกระจายบนกระเบื้อง ผมเก็บขึ้นมาถือ มันแห้ง กรอบ และไม่ติดมือ

ก่อนจะด่าอะไร ผมเดินไปดูโซฟา โซฟาไม่ได้พังทั้งตัว แต่มีมุมหนึ่งของเบาะถูกแทะเป็นรอยหยักลึก และรอยนั้นยังใหม่กว่าขอบประตูมาก

บ้านเดียวกัน วันเดียวกัน แต่สองรอยนี้ไม่ได้มาจากสาเหตุเดียวกันเลย

ฟันขึ้นไม่สนใจว่าคุณอยู่หรือไม่

นี่คือจุดที่คนมักเข้าใจผิด ลูกสุนัขที่กำลังขึ้นฟันจะเคี้ยวอะไรก็ได้ที่มีผิวสัมผัสพอให้กัด เกิดตอนคุณนั่งอยู่บนโซฟาข้าง ๆ มันก็เกิด ตอนคุณไปทำงานมันก็เกิด กลางวันหรือกลางคืนก็เกิด เพราะแรงขับมันมาจากเหงือกที่คัน ไม่ได้มาจากการที่มันถูกทิ้งไว้คนเดียว

ส่วนของพังที่มาจากการอยู่ลำพัง มันมีนาฬิกาของมัน นาฬิกาเรือนนั้นเริ่มเดินตอนคุณปิดประตู และช่วงที่เข้มข้นที่สุดมักอยู่ใน 15-30 นาทีแรก ความเสียหายจึงมักไปลงที่ทางออก ประตู หน้าต่าง กรอบกรง หรือของที่กลิ่นคุณยังอยู่

เวลาเป็นตัวแยกที่แม่นกว่าที่คิด

วันที่ผมกลับมาเจอขอบประตูกับเบาะโซฟาพร้อมกัน ผมก็จำไม่ได้หรอกว่าออกไปกี่โมง แต่ผมดูจากสภาพเศษ เศษจากประตูแห้งกรังและกินเวลามาหลายชั่วโมงแล้ว ส่วนรอยที่เบาะยังมีขุยใหม่กับเศษโฟมติดอยู่ใกล้ ๆ อย่างน้อยก็บอกได้ว่ามันไม่ได้เกิดพร้อมกัน และไม่น่าจะมาจากอารมณ์เดียวกัน

ถ้าอยากรู้จริง ๆ ว่าอะไรเกิดขึ้นในครึ่งชั่วโมงแรก ไม่ต้องซื้ออะไรเลย วางมือถือพิงกำแพงหันไปทางประตู ตั้งกล้องหน้า อัดวิดีโอค้างไว้แล้วออกไปทำงานตามปกติ กลับมาดู 30 นาทีแรก ถ้าหมาเดินวนแล้วเริ่มแทะประตูภายในสิบนาทีแรกหลังคุณปิดประตู คุณได้คำตอบทันทีโดยไม่ต้องเดา และถ้ามันนอนหลับปุ๋ยแล้วค่อยตื่นมาแทะขาโต๊ะตอนบ่าย ก็เป็นอีกคำตอบ

ของที่ถูกกัดบอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

ผมมองเป้าเป็นอย่างแรก เพราะเป้าคือหลักฐานที่ยังอยู่ตอนคุณกลับมา

ของที่ลูกสุนัขขึ้นฟันเลือกกัดมักเป็นพวกขอบ ขาโต๊ะ มุมตู้ รองเท้าที่วางไว้ริมห้อง สายไฟที่ห้อยต่ำ พรม หนังสือที่ตกอยู่บนพื้น สังเกตไหมว่ามันเป็นของที่เอื้อมถึงและน่ากัด ไม่ใช่ของที่มีความหมายกับคุณเป็นพิเศษ

ของที่หมาที่เครียดจากการอยู่ลำพังเลือกกัดมักอยู่ที่แนวออก ประตู หน้าต่าง กรง ขอบประตูที่ถูกขูดจากด้านใน บางตัวแทะพรมเช็ดเท้าหน้าประตูจนขาด หรือแทะกรอบหน้าต่างจนสีถลอกเป็นทางยาว รวมถึงของที่กลิ่นคุณชัดอย่างหมอน รองเท้าที่เพิ่งถอด หรือผ้าห่ม

ความต่างอีกอย่างที่ผมสังเกตคือทิศทาง ถ้าคุณเห็นรอยขูดที่ด้านในของประตูทางเข้าบ้าน หรือเห็นเล็บหมาสึกและมีรอยเปื้อนที่กรอบประตู นั่นไม่ใช่การเคี้ยวเล่น มันคือความพยายามออกไป

สัญญาณที่ไม่เกี่ยวกับฟันเลย

ถ้าตอนคุณกลับมาหมาน้ำลายยืดเปียกคางเต็มไปหมด เห่าเป็นช่วง ๆ หรือหอบทั้งที่บ้านไม่ร้อน ฉี่หรืออึทั้งที่ปกติไม่เป็นตอนคุณอยู่บ้าน พวกนี้ไม่ได้ชี้ไปที่ฟัน ฟันขึ้นทำให้เหงือกคันและอยากกัด แต่ไม่ได้ทำให้หมาขูดประตูจนเล็บสึกหรือเห่าใส่ประตูที่ปิดอยู่

อีกภาพที่ผมเจอบ่อยคือ หมาที่นอนสบาย ๆ ตอนมีคนอยู่บ้าน กินข้าวปกติ เล่นปกติ แต่พอทุกคนออกไปพร้อมกันมันกลายเป็นอีกตัวหนึ่ง นี่ไม่ใช่การแก้แค้นและไม่ใช่การดื้อ ไม่มีหมาตัวไหนคิดแผนว่ากัดรองเท้าเพราะโกรธที่คุณไปทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันตื่นตระหนกกับการที่คนหายไป และการกัดเป็นทางออกเดียวที่มันมี

ดุตอนกลับบ้านไม่ได้ผล เพราะหมาอ่านเวลาไม่ได้

ผมเคยเชื่อว่าการจับได้คาหนังคาเขาเป็นเรื่องจริง แต่หมาไม่ได้ต่อเหตุการณ์เป็นเส้นแบบเรา มันไม่ได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างปากที่กัดโซฟาเมื่อสามชั่วโมงก่อน กับเสียงดุที่ดังใส่มันตอนนี้ สิ่งที่มันเรียนรู้ได้คือคนกลับบ้านแล้วมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ช่วงเวลาที่คุณออกไปน่ากลัวขึ้นไปอีก

พูดง่าย ๆ ก็คือ การดุคือการเติมความกลัวลงไปในหมาที่กำลังกลัวอยู่แล้ว

ก้าวแรกเมื่อมันคือฟันขึ้น

งานนี้แก้ที่การจัดบ้าน ไม่ใช่ที่ตัวหมา

ผมจะเริ่มจากย้ายของก่อน ของที่อยากเก็บให้ยกขึ้นให้พ้นระดับอกของหมา ไม่ใช่ซ่อนไว้หลังประตู เพราะหมาที่กำลังขึ้นฟันจะหาของเจอเสมอ จากนั้นวางของเคี้ยวที่เหมาะกับเหงือกไว้ในจุดที่มันต้องผ่านจริง ๆ ไม่ใช่ในตะกร้าที่มุมห้อง สองสามชิ้น ต่างเนื้อสัมผัสกัน วางไว้ใกล้ประตูที่มันชอบแทะด้วย อย่างน้อยที่สุดมันก็มีตัวเลือกที่ดีกว่าอยู่ใกล้มือ

ขาโต๊ะกับขาเก้าอี้ที่ถูกแทะจนเป็นรอย คือจุดที่ควรหาอะไรพันไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่เนื้อไม้จะแตกเป็นเสี้ยน

และที่สำคัญที่สุดคือเปลี่ยนจากดุเป็นย้าย ทุกครั้งที่เห็นมันกัดของที่ไม่ควรกัด ให้ยื่นของที่ควรกัดเข้าไปแทนที่ตรงปากนั้นเลย ไม่ต้องพูดเยอะ ไม่ต้องดุ แค่สลับ

ก้าวแรกเมื่อมันคือเรื่องอยู่ลำพัง

อันนี้แก้ที่การซ้อมออกจากบ้าน และต้องเริ่มจาก短的ให้สั้นจริง ๆ

วันที่หนึ่งผมจะออกไปแค่ 30 วินาที ไม่ต้องล่ำลา ไม่ต้องกอด ไม่ต้องพูดว่าไปนะ แล้วปิดประตู กลับเข้ามาแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องต้อนรับใหญ่โต ถ้าหมานิ่งได้ สองวันถัดไปขยับเป็น 1 นาที 2 นาที 5 นาที 10 นาที 20 นาที แล้วค่อยถึงครึ่งชั่วโมง

เกณฑ์การขยับคือ ผ่านไปโดยไม่มีอาการ ไม่ใช่ ครบเวลาที่ตั้งไว้ ถ้าออกไป 10 นาทีแล้วมันเริ่มแทะประตู ให้ถอยกลับไปที่ 5 นาที แล้วค้างอยู่ตรงนั้นสองสามวัน ไม่ใช่ฝืนไปต่อ

มีอีกจุดที่คนพลาดบ่อย คือการซ้อมนี้ต้องซ้อมตอนที่คุณไม่ได้จำเป็นต้องออกไปด้วย ถ้าซ้อมตอนกำลังรีบไปทำงานแล้วมันไม่ดีขึ้น คุณจะเลิกซ้อมและกลับไปเริ่มใหม่ทุกเช้า

บางบ้านเป็นทั้งสองอย่าง และนั่นไม่ได้แปลว่าคุณทำอะไรผิด

ลูกสุนัขอายุ 4-7 เดือนที่เพิ่งย้ายบ้านใหม่อาจมีทั้งฟันขึ้นและความกังวลเรื่องอยู่ลำพังพร้อมกัน สิ่งที่ผมทำในกรณีนี้คือจัดการเรื่องฟันขึ้นก่อน เพราะมันง่ายกว่าและเห็นผลเร็วกว่า และเมื่อของพังลดลงจากฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งที่เหลืออยู่จะโผล่ชัดขึ้นมาเอง

นี่คือเหตุผลที่ผมเขียนบันทึกไว้สามวัน ไม่ต้องละเอียด แค่จดวันที่ เวลาที่ออกจากบ้าน สิ่งที่ถูกกัด และสภาพตอนกลับมา สามวันก็พอที่จะเห็นว่ามันเป็นแบบไหน ถ้าเจอของพังทุกวันแต่ทุกครั้งเป็นขาโต๊ะกับรองเท้า ก็ไม่ต้องไปวิตกเรื่องความเครียด แต่ถ้าสามวันติดกันเป็นกรอบประตูกับพรมหน้าประตู เรื่องที่ควรสนใจก็เปลี่ยนไปแล้ว

สิ่งที่ผมไม่เดาต่อ

การดูเวลาและดูเป้าเป็นเครื่องมือคัดแยก ไม่ใช่การวินิจฉัย และมีบางกรณีที่มันไม่พอ ถ้าหมาเริ่มทำร้ายตัวเองที่ประตูจนเล็บฉีก เลือดออก กัดกรงจนปากเป็นแผล ร้องตลอดเวลาที่อยู่คนเดียว หรือถ้าคุณซ้อมแบบถอยหลังแล้วสองสามสัปดาห์ยังไม่ขยับเลยแม้แต่วินาทีเดียว นั่นคือจุดที่ควรคุยกับสัตวแพทย์หรือผู้ฝึกที่เห็นหมาตัวจริง ไม่ใช่จุดที่ควรฝืนซ้อมต่อเอง

ของพังชิ้นเดียวเล่าเรื่องได้น้อย แต่ของพังหลายชิ้นที่เกิดในเวลาเดิมและถูกกัดในตำแหน่งเดิมเล่าเรื่องได้ค่อนข้างชัด สิ่งที่ต้องทำคือกลับไปดูว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน และมันไปลงที่อะไร ไม่ใช่กลับไปดูก่อนว่าใครน่าจะผิด

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา