เมื่อฟันลูกสุนัขแตะผิวมือ ให้ถอนมือออกช้า ๆ แล้วหยุดทุกอย่างลงทันที หยุดเล่น หยุดพูด หยุดสบตา นับในใจให้ครบสิบวินาที แล้วค่อยกลับเข้าไปเล่นต่อ และทำแบบเดิมทุกครั้งที่ฟันแตะผิว ไม่ใช่เฉพาะครั้งที่เจ็บ สิ่งที่ลูกสุนัขเรียนรู้จากจังหวะนี้คือ "ฟันโดนคนแล้วเกมจบ" ซึ่งเป็นบทเรียนคนละตัวกับ "กัดแรงแล้วโดนดุ" และเป็นตัวที่ทำให้มือปลอดภัยได้จริงในระยะยาว
ผมอยากให้คุณลองนั่งลงบนพื้นบ้านตัวเองดูสักครั้ง หลังเลิกงาน พระอาทิตย์เพิ่งตก กระเบื้องเย็นผ่านกางเกง พัดลมตั้งพื้นส่ายมาทีละจังหวะ ลูกสุนัขวัยสิบเอ็ดสัปดาห์เดินเข้ามา เล็บก๊อกแก๊กบนพื้น กลิ่นข้าวจากครัวลอยมา มันเอาปากงับหลังมือคุณเบา ๆ ปลายฟันคมเหมือนเข็มหมุด แล้วเงยหน้าขึ้นมองว่าคุณจะทำอะไรต่อ ในวินาทีนั้นมือคุณจะทำอะไรก่อนที่สมองจะทันสั่ง
ของผมคือร้อง "โอ๊ย" แล้วชักมือกลับ และของคนส่วนใหญ่ที่ผมนั่งดูอยู่ด้วยก็เหมือนกัน มันเจ็บจริงและมันเป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายให้มาเอง ไม่ต้องคิด
แต่สิ่งที่ผมเห็นซ้ำ ๆ จากการนั่งเฝ้าลูกหมาในบ้านและในตรอกซอย คือมันไม่ได้ผลอย่างที่เราคิดเสมอไป
ทำไมเสียงร้องกับการชักมือกลับถึงได้ผลตรงกันข้าม
เสียง "โอ๊ย" ที่หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจมันสั้นและสูง ซึ่งใกล้เคียงกับเสียงของเล่นที่ถูกบีบมากกว่าเสียงเตือน ผมเคยเห็นลูกสุนัขเงียบไปครึ่งวินาที เหมือนกำลังประมวลผล แล้วกระโดดงับอีกรอบแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะมันดื้อ แต่เพราะเสียงนั้นไปปลุกความตื่นเต้นขึ้นมาแทนที่จะดับมัน
ส่วนมือที่ชักกลับเร็ว ๆ นั้น ในสายตาลูกสุนัขมันคือของที่ขยับหนี มันไม่ได้อ่านว่า "เจ้าของเจ็บ" มันอ่านว่า "เป้ากำลังเคลื่อนที่" แล้วสัญชาตญาณนักล่าก็ติดสว่าง
มีอีกเรื่องที่คนมักไม่ทันสังเกต คือความไม่สม่ำเสมอของเราเอง วันหนึ่งเราร้องเสียงหลง อีกวันเราหัวเราะแล้วผลักหัวมันเบา ๆ อีกวันเราพูดว่า "พอแล้วนะ" ด้วยเสียงปกติ ลูกสุนัขสร้างกฎไม่ได้จากสัญญาณที่เปลี่ยนทุกวัน
และในกรณีที่เห็นว่าการร้องได้ผล ลองดูดี ๆ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นพร้อมกันอีก สิ่งที่มักเกิดคือคนถอยมือออกไปพ้นปากแล้วหยุดเล่นไปพักหนึ่งด้วย ตัวที่ทำงานจริงคือการหยุด ไม่ใช่เสียง แต่เสียงเป็นตัวที่ได้เครดิตไป
สิบวินาทีที่นับจริง ไม่ใช่แค่พูดว่า "พอ"
รายละเอียดอยู่ในมือคุณ ตอนที่ฟันยังคาอยู่ ให้ค่อย ๆ เลื่อนมือออก ไม่กระชาก ปลายฟันอาจครูดผิวบ้าง ซึ่ง tolerable กว่าการกระชากจนเป็นเกมไล่
มือไปไหนต่อ กำไว้ที่อก หรือสอดไว้ใต้ขา หรือเอาไว้ข้างหลัง ไม่ใช่โบกไปมาเหนือหัวลูกหมา หันไหล่และหันหน้าไปทางอื่น ไม่พูด ไม่สอน ไม่ดุ ไม่มองตา เพราะการมองตาก็คือการสื่อสาร และการสื่อสารคือความสนุกที่ยังไม่จบ
นับในใจ หนึ่ง สอง สาม ไปจนถึงสิบ
กรอบที่ผมใช้คือสิบถึงยี่สิบวินาที สั้นกว่านั้นลูกหมายังเชื่อมไม่ทัน ยาวกว่านั้นความสนใจมันหลุดไปหาของอย่างอื่น แล้วบทเรียนก็เจือจางจนไม่เหลืออะไรให้จำ เราไม่ได้กำลังลงโทษ เราแค่ปิดเกมลงอย่างเงียบ ๆ
แล้วกลับเข้าไปเล่นต่อด้วยของเล่น ไม่ใช่ด้วยมือเปล่า ถ้าฟันโดนผิวอีก ก็นับใหม่ บางรอบในสองนาทีผมต้องนับห้ารอบ ซึ่งปกติมากสำหรับลูกหมา
มีจุดที่ต้องคิดล่วงหน้า ถ้าระหว่างที่คุณหยุด มันยังกระโดดงับมือที่ซ่อนอยู่ ให้ลุกขึ้นเดินไปอีกมุมห้องเงียบ ๆ ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องอุ้ม ไม่ต้องดุ เดินเฉย ๆ นี่คือการหยุดที่ขยายขอบเขตออกมา ไม่ใช่การหนี
ความแรงก่อนความถี่ ลำดับที่คนส่วนใหญ่ข้ามไป
ตรงนี้คือส่วนที่ผมอยากให้จำที่สุด เพราะคำแนะนำทั่วไปมักพูดว่า "ห้ามให้กัดมือตั้งแต่วันแรก" ซึ่งข้ามบันไดขั้นแรกไป
ลูกสุนัขที่อยู่กับพี่น้องจะเรียนเรื่องนี้เองระหว่างอายุประมาณห้าถึงสิบหกสัปดาห์ คนที่ถูกกัดแรงจะร้องแล้วเลิกเล่น และเสียงร้องจะค่อย ๆ ลดความ Dramatic ลงเมื่อคนกัดเริ่มกดแรงลง นั่นคือวิธีที่มันคาลิเบรตปากของตัวเอง ทีละนิด ทีละนิด
แต่ลูกหมาในบ้านเราส่วนใหญ่ถูกแยกออกจากแม่และพี่น้องตอนหกเจ็ดสัปดาห์ ช่วงเรียนที่สำคัญที่สุดหายไปทั้งช่วง ตอนนี้คุณคือพี่น้องตัวนั้น และคุณต้องให้ฟีดแบ็กให้ครบ
ลำดับที่ผมใช้จึงเป็นแบบนี้
ขั้นแรก ปล่อยให้งับเบา ๆ ในเกมได้ แต่พอแรงเกินเส้นก็หยุดสิบวินาที ปลายฟันครูดผิวเป็นรอยแดงได้ในขั้นนี้ ถ้าไม่เจ็บ
ขั้นสอง เมื่อมันคุมแรงได้สักพักและงับเบาได้เกือบตลอด ให้เลื่อนเส้นเข้ามา ฟันโดนผิวนิดเดียวก็หยุด
ขั้นสาม ไม่ให้งับมือเลย เปลี่ยนไปคาบของเล่นแทนทุกครั้ง
ทำไมต้องเรียงแบบนี้ เพราะสุนัขที่เรียนรู้แค่ว่า "ห้ามเอาปากโดนคน" แต่ไม่เคยเรียนรู้ว่าตัวเองกดแรงแค่ไหน มันจะยังกัดแรงได้ในวันที่มันเจ็บหรือตกใจ และวันนั้นเราจะเสียใจที่ข้ามขั้น
ให้มือเป็นที่มาของอาหาร ไม่ใช่แค่เป้าให้กัด
การหยุดสอนว่าอะไรคือจุดจบ แต่ไม่ได้สอนว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำแทน ผมจึงชดเชยด้วยการให้อาหารจากมือ
ตักอาหารเม็ดออกจากถ้วยมื้อเย็นสักสิบห้าถึงยี่สิบเม็ด ให้ทีละเม็ด รอให้ปากปิดหรือรอให้มันเลียมือก่อน แล้วค่อยให้ แล้วทำแบบนี้ทุกวัน ไม่ต้องยาว ใช้เวลาสองสามนาที
สิ่งที่เปลี่ยนคือความหมายของมือ มือที่เคยเป็นเป้าให้ไล่งับกลายเป็นที่ที่อาหารมา และมือที่อยู่ใกล้ปากก็ไม่จำเป็นต้องถูกคว้า
ข้อนี้ต้องคุยกับคนในบ้านด้วย ถ้าคุณหยุดแต่แฟนคุณยังใช้มือเล่นไล่งับกับมัน ลูกหมาก็จะเรียนรู้ว่ามือของบางคนยังใช้เล่นได้ ซึ่งช้ากว่าที่ควร
เด็กในบ้านก็อยากเล่นด้วย
เด็กกับลูกสุนัขเป็นคู่ที่ผมกลัวที่สุด ไม่ใช่เพราะเด็กหรือหมาไม่ดี แต่เพราะเด็กกรี๊ดแล้ววิ่ง ซึ่งเป็นCombination ที่ลูกสุนัขต้านทานยากที่สุดในโลก
กฎในบ้านผมคือ ผู้ใหญ่เป็นคนรันบทเรียน เด็กนั่งลงก่อน มือวางบนตักหรือซ่อนไว้ข้างหลัง ผู้ใหญ่เป็นคนนับสิบวินาที แล้วค่อยให้เด็กกลับเข้าไปเล่นด้วยของเล่นที่ไม่มีมือเกี่ยวข้อง
อย่าฝากให้เด็กนับเอง เพราะเด็กที่กำลังตื่นเต้นจะนับไม่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของเด็ก แต่ลูกหมาจะจ่ายค่าเรียนแทน
บางกรณี สิบวินาทีไม่ใช่คำตอบ
ถ้าลูกสุนัขกัดเฉพาะตอนที่มือไปแตะหู แตะอุ้งเท้า หรือเข้าใกล้ถ้วยอาหาร หรือกัดแบบจู่โจมพร้อมตัวเกร็งและเสียงคำราม นั่นไม่ใช่การกัดเล่น และการหยุดสิบวินาทีจะไม่แก้อะไร เพราะต้นเหตุคือความเจ็บ ความกลัว หรือการหวงของ ซึ่งต้องแก้คนละทาง
อีกกรณีที่พบบ่อยคือช่วงสี่ถึงหกเดือนที่ฟันแท้กำลังขึ้น ลูกหมาจะอยากเคี้ยวมากเป็นพิเศษ ความต้องการเคี้ยวแก้ด้วยของเคี้ยว ไม่ใช่ด้วยการหยุด แต่การหยุดยังใช้กับ "ฟันโดนผิว" เหมือนเดิม สองเรื่องนี้แยกกัน
นับเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่นับเป็นครั้ง
ผมไม่เคยเห็นลูกหมาเลิกกัดมือในสามวัน สิ่งที่เห็นคือแรงกัดค่อยลง จำนวนครั้งต่อรอบน้อยลง และบางคืนผ่านไปทั้งคืนโดยไม่ต้องนับสิบวินาทีเลย นั่นคือความคืบหน้าที่เชื่อถือได้ มากกว่าการรอวันที่มีศูนย์ครั้ง
คืนนี้ถ้าคุณนั่งลงบนพื้น ปลายฟันแตะหลังมือคุณอีกครั้ง ลองถอนมือช้า ๆ กำมือไว้ที่อก หันหน้าไปทางอื่น แล้วนับในใจ หนึ่ง สอง สาม ไปจนถึงสิบ แล้วค่อยกลับไปเล่นต่อ สิ่งที่คุณกำลังสอนไม่ใช่ "อย่ากัด" แต่คือ "ฟันกับมือไม่เคยอยู่ด้วยกันแล้วสนุก" และบทเรียนนั้นอยู่กับมันไปตลอดชีวิต