ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สุนัขกัดแปรงฟันทำอย่างไรให้สำเร็จ

สุนัขที่กัดแปรงฟันหรือเม้มปากแน่นจนแปรงสอดเข้าไปไม่ได้ คำตอบคือหยุดทันที ไม่ใช่ฝืนง้างปาก แล้วให้รางวัลกับวินาทีที่หมผ่อนกรามลงเอง จากนั้นเปลี่ยนท่าก่อนเปลี่ยนอุปกรณ์ คือยืนอยู่ข้างหรือด้านหลังหมาแทนการยืนเผชิญหน้า แปรงจากด้านข้าง ครั้งละหนึ่งถึงสองซี่ ถ้ายังไม่ผ่านให้เปลี่ยนไปใช้ผ้าก๊อซพันนิ้วหรือแปรงสวมนิ้ว แล้วค่อยดูว่าจะกลับไปใช้แปรงขนนุ่มได้หรือไม่ เป้าหมายในช่วงนี้ไม่ใช่ปากสะอาดทั้งปาก แต่คือทำให้การแปรงฟันเลิกเป็นเหตุการณ์ที่หมต้องป้องกันตัว

ผมนั่งคุกเข่าอยู่บนกระเบื้องหน้าตู้กับข้าวตอนสองทุ่ม พัดลมเพดานหมุนติ๊ก ๆ กลิ่นไก่ต้มจากชามข้าวยังติดอยู่ในอากาศ หมาตัวไม่ใหญ่ยืนนิ่งอยู่ข้างเข่าผม แต่มันหันหัวหนีตั้งแต่ผมยังไม่ทันหยิบแปรง ผมค่อย ๆ เลื่อนด้ามแปรงสีฟันเด็กขนนุ่มเข้าหาปากมัน พอเงาแปรงทาบลงบนจมูก ปากมันเม้มแน่นเป็นเส้นตรง แล้วมีเสียงลิ้นเลียจมูกลงมาแผล็บเดียว

ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด ผมคิดว่าหมาไม่ชอบยาสีฟัน ก็เปลี่ยนรส เปลี่ยนแปรงให้เล็กลง เปลี่ยนยี่ห้อมาจนครบแล้ว มันก็ยังเม้มปากเหมือนเดิม จนวันหนึ่งผมสังเกตว่ามันไม่ได้ถอยตอนเห็นแปรง แต่มันถอยตอนผมยกแขนขึ้นแล้วเอนตัวเข้าหาหน้ามัน ตัวผมบังแสง บังทางหนี และที่แย่กว่านั้นคือผมไปยืนคร่อมมันไว้ระหว่างตู้กับกำแพง

วันที่ผมเปลี่ยนท่า ผมไม่ได้เปลี่ยนอุปกรณ์อะไรเลย แค่ย้ายตัวเองไปยืนข้างลำตัวมัน หันหน้าไปทางเดียวกับมัน เอามือลอดใต้คางขึ้นมาเบา ๆ ให้นิ้วชี้แตะอยู่ข้างกระพุ้งแก้ม แล้วเอาแปรงแตะแค่ซี่แรกด้านนอก ไม่กี่วินาทีก็เอาออก คราวนี้มันไม่เม้มปาก แค่สะบัดหูครั้งเดียว

อ่านให้ออกก่อนจะถึงขั้นคันมือ

หมาไม่ได้เม้มปากเฉย ๆ แล้วอยู่ดี ๆ ก็กัด มันมีลำดับขึ้นมาก่อน ตัวเกร็ง หยุดเคี้ยว หันหัวหนี ลิ้นเลียจมูกถี่ขึ้น เห็นขาวตาข้างหนึ่ง ถ้าเราเลิกตรงจุดนี้ได้ ทุกอย่างยังไปต่อได้ แต่ถ้ารอจนมันเม้มปากแน่นหรือคำราม นั่นแปลว่าเลยขีดไปแล้ว และครั้งต่อไปมันจะเริ่มต้นที่ขีดนั้นเลย

ผมเลยเลิกนับว่า "แปรงครบหรือยัง" แล้วเปลี่ยนไปนับว่า "หมายังไหวอยู่ไหม" ทุกครั้งที่มือผม bouge เข้าใกล้ปาก ผมมองหูลู่กับจังหวะกลืนมากกว่ามองฟัน ถ้ามันกลืน แปลว่ายังผ่อน ถ้าหายใจสั้นลงหรือจมูกย่น ผมถอยออกทันทีโดยไม่ต้องรอให้จบซี่

ยืนข้าง ไม่ใช่ยืนเผชิญหน้า

ท่าที่คนส่วนใหญ่ใช้คือคุกเข่าตรงหน้า จับหัวหมาไว้ แล้วยกมือจากด้านบนลงไปหาปาก ในภาษาหมา นั่นคือการกดดันจากด้านบนพร้อมตัดทางออก หมาที่ทนได้ก็ทน แต่หมาที่ไม่ทนจะตอบสนองทันที

ท่าที่ผมใช้จริงทุกวันนี้คือยืนหรือคุกเข่าข้างลำตัว ให้หัวหมาแนบกับต้นขาผมได้ถ้ามันอยากแนบ แล้วลอดมือจากด้านหลังของหัวมาทางข้างแก้ม ใช้ปลายนิ้วดันริมฝีปากบนขึ้นนิดเดียวให้เห็นด้านนอกของฟัน แล้วแปรงเป็นแนวนอน ถ้าเป็นการแปรงด้านใน ผมแทบไม่แตะเลยใน dogs ที่มีประวัติเม้มปาก เพราะด้านนอกคือส่วนที่หินปูนเกาะมากที่สุดอยู่แล้ว

อีกอย่างคืออย่าไปดันหมาให้ติดกำแพงหรือติดมุมห้อง ถ้าหลังมันชนอะไรแข็ง ๆ ทางหนีเหลือศูนย์ มันจะเลือกวิธีที่ได้ผลที่สุด ซึ่งก็คือการงับ

หนึ่งซี่ก็มีค่า

ช่วงแรกผมแปรงซี่เดียวต่อครั้ง บางวันแค่แตะแล้วเอาออกแล้วให้รางวัล วันละสองสามรอบ สั้นมาก จนคนที่บ้านถามว่าแปรงจริงหรือแปรงเล่น

แต่ผลมันอยู่ตรงนั้น ตอนที่ผมยกแปรงขึ้นแล้วหมาไม่หันหัวหนี ผมรู้ว่ากำลังชนะอะไรบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับความสะอาดของฟันเลย หลังจากนั้นผมค่อยเพิ่มเป็นสองซี่ สามซี่ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยแปรงครบทุกซี่ในครั้งเดียว

รางวัลต้องมาทันทีหลังการพยายามแต่ละครั้ง ไม่ใช่รอให้จบทั้งปาก สำหรับหมาที่ผมเลี้ยงอยู่ ของที่ได้ผลคือตับไก่บดป้ายช้อนหรือไก่ต้มชิ้นเล็ก ๆ ที่หั่นไว้รอแล้ว ไม่ใช่ขนมเม็ดที่มันเคี้ยวเล่นได้ทั้งวัน รางวัลที่มันต้องหยุดเคี้ยวจะทำให้จังหวะชัดกว่ามาก

และอย่าข้ามขั้นที่น่าเบื่อไป ขั้นที่แค่หยิบแปรงขึ้นมาแล้วให้ขนม แตะริมฝีปากแล้วให้ขนม หลายคนข้ามขั้นนี้เพราะคิดว่าเสียเวลา แต่หมาที่ถูกจับข้ามขั้นคือหมาที่จะเม้มปากในสัปดาห์ที่สอง

ถ้าปัญหาอยู่ที่ตัวแปรง ไม่ใช่ที่หมา

ผมเจอหม�ลายตัวที่รับผ้าก๊อซพันนิ้วได้ดีกว่าแปรงด้ามแข็งทันที ไม่ใช่เพราะก๊อซดีกว่า แต่เพราะมันนุ่มกว่าและไม่ส่งแรงสั่นสะเทือนเข้าที่เหงือก ผมพันก๊อซม้วนจากร้านขายยารอบนิ้วชี้ สอดเข้าไปที่ด้านข้างปาก แล้วถูเป็นวงเล็ก ๆ บนผิวฟันด้านนอก

แปรงสวมนิ้วก็ช่วยได้ในกรณีเดียวกัน แต่มันหนากว่าก๊อซและสอดเข้าซอกเหงือกได้ตื้นกว่า จุดที่คนมักมองข้ามคือยาสีฟัน หมาหลายตัวที่ไม่ยอมให้แปรงเลย ยอมทันทีเมื่อเปลี่ยนจากรสเปปเปอร์มินต์ซึ่งเผ็ดสำหรับมัน ไปเป็นรสไก่หรือมอลต์ที่กลิ่นไม่แรง

มีอีกท่าที่ผมใช้กับตัวที่ยังกลัวด้ามแปรง คือให้มันเคี้ยวปลายแปรงเอง ผมแค่ถือด้ามไว้แล้วค่อย ๆ เลื่อนให้ปลายไปโดนฟันกรามด้านหลัง ไม่ใช่ยัดเข้าไป มันจะได้ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนควบคุมจังหวะ

ข้อจำกัดของทางเลือกพวกนี้คือก๊อซกับแปรงสวมนิ้วทำความสะอาดร่องเหงือกได้ไม่ดีเท่าขนแปรง真正做到 ผมเลยมองมันเป็นสะพาน ไม่ใช่ปลายทาง แต่แปรงด้วยก๊อซทุกวันก็ยังดีกว่าแปรงด้วยขนแปรงปีละสามครั้ง

คนที่สองช่วยได้ ถ้าช่วยถูกจุด

ถ้ามีคนช่วย ให้เขาคุกเข่าข้างหรือหลังหมา วางมือแบน ๆ ที่อกหรือใต้ท้อง แล้วพูดเสียงต่ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ หน้าที่ของเขาคือทำให้หมารู้สึกว่าไม่มีอะไรพัง ไม่ใช่ล็อกให้อยู่นิ่ง ๆ

สิ่งที่ห้ามให้คนช่วยทำคือจับหัวหมาแล้วกดไว้ นั่นคือจุดที่เปลี่ยนหมาที่ตื่นเต้นให้กลายเป็นหมาที่งับ เพราะมันหมดทางขยับเลย

ระหว่างนั้นคนแปรงทำแค่หนึ่งถึงสองซี่แล้วจบ ไม่ต้องรีบใช้โอกาสที่มีคนช่วยให้แปรงเยอะ ๆ นั่นคือกับดักที่ผมเคยตกลงไปเอง

จุดที่ต้องหยุด แล้วไปขอความช่วยเหลือ

ถ้าหมยืนตัวเกร็ง จ้องเขม็ง คำราม หรืองับจนโดนมือ นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมจะแก้เองต่อ การฝืนแปรงต่อในจุดนั้นทำให้สถานการณ์แย่ลงทุกครั้ง และการง้างปากที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมแนะนำ ยิ่งถ้านิ้วไปอยู่ระหว่างฟันกราม มือคนคือสิ่งที่เจ็บ

อีกกรณีที่ต่างออกไปคือหมาที่เคยยอมให้แปรงดี ๆ แล้วจู่ ๆ ก็เม้มปากหรือสะบัดหัวแรง ๆ ผมไม่ใช่คนที่บอกได้ว่าปากมันเจ็บหรือมีอะไรผิดปกติ และไม่ควรเดาเองด้วย ให้พาไปหาสัตวแพทย์ตรวจช่องปากก่อน แล้วถ้าตรวจแล้วร่างกายปกติดี ค่อยไปคุยกับผู้ฝึกที่ใช้การเสริมแรงเชิงบวกเพื่อแก้เรื่องความกลัวต่อไป

สิ่งที่ผมยอมรับว่าทำไม่ได้

หมาแก่ที่บ้านผมไม่เคยไปถึงการแปรงครบทั้งปากเลย มันยอมให้นับได้ประมาณสี่สิบวินาที และเฉพาะผิวฟันด้านนอก ผมเคยคิดว่าถ้าฝึกมากกว่านี้ต้องดีกว่านี้ แต่พอถึงจุดหนึ่งผมก็เลือกจะพอที่ตรงนั้น

เพราะการแปรงฟันไม่ได้ขจัดหินปูนที่มีอยู่แล้ว นั่นเป็นงานของคลินิก ส่วนที่ผมทำได้คือชะลอของใหม่ไม่ให้ก่อตัวเร็ว และทำให้หมาไม่ต้องต่อสู้ทุกเย็น หมาบางตัวไม่มีวันชอบการแปรงฟัน มันแค่ทนได้ และการทนได้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผม

คืนนี้ก็เหมือนเดิม สองทุ่ม กระเบื้องหน้าตู้กับข้าว พัดลมติ๊ก ๆ สี่สิบวินาที แล้วก็ไก่ต้มชิ้นหนึ่ง ไม่มีใครชนะ ไม่มีใครแพ้ ซึ่งผมคิดว่านั่นแหละคือความสำเร็จของเรื่องนี้

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา