พันธุ์ไม่ใช่คำตอบที่ใช้ได้จริง สิ่งที่บอกว่าหมาตัวหนึ่งจะอยู่บ้านที่มีเด็กเล็กและผู้ใหญ่พร้อมกันได้ไหม คือพฤติกรรมสี่ข้อที่ดูออกภายในครึ่งชั่วโมงแรกที่ได้เจอกัน ได้แก่ ทนการจับแบบไม่นุ่มนวลได้แค่ไหน หวงอาหารหรือของเล่นไหม หัวสูงระดับไหนเมื่อเทียบกับหน้าเด็ก และตอนทั้งบ้านเสียงดังพร้อมกันมันทำอะไร ชื่อพันธุ์ใช้กรองคร่าว ๆ ได้ในขั้นแรก แต่สี่ข้อนี้คือของจริงที่ตัดสินว่าอยู่กันได้หรือควรหาตัวอื่น
เรานั่งลงบนเสื่อหน้าบ้านหลังหนึ่ง พัดลมตั้งพื้นเป่าให้กระดาษการบ้านปลิว เด็กหญิงอายุสองขวบถือข้าวเหนียวในมือวิ่งผ่านหมาตัวหนึ่งที่นอนอยู่ใต้โต๊ะ หมาไม่ลุก ไม่หันไปมองมือเด็ก หางไม่ตีพื้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย และนั่นคือข้อมูลที่ดีที่สุดที่เราได้ในวันนั้น ดีกว่าคำตอบทุกคำตอบที่เริ่มต้นด้วยชื่อพันธุ์
เราเลยอยากพาไปดูว่าเราดูอะไรบ้าง ตอนต้องตัดสินใจแทนบ้านที่มีทั้งเด็กวิ่งและคนแก่เดินช้า ๆ อยู่พร้อมกัน
ไปดูหมา เราไม่เริ่มจากการลูบ
ตอนไปดูหมาที่บ้านเดิมของมันหรือที่เพิ่งย้ายมา เราไม่เข้าไปลูบก่อน นั่งลงห่าง ๆ แล้วขอให้เจ้าของเดิมทำกิจวัตรปกติ ให้อาหาร เล่นของเล่น เปิดประตูรับคนเข้าออก แล้วดูสี่อย่างนี้
หนึ่ง ตอนเจ้าของวางชามข้าวแล้วมีคนเดินผ่าน หมาก้มกินต่อเป็นปกติ หรือเงยหน้าขึ้น ตัวเกร็ง กินเร็วขึ้น หรือค่อย ๆ เอาตัวบังชาม อาการอย่างหลังไม่เกี่ยวกับพันธุ์เลย ตัวเล็กตัวใหญ่มีได้หมด และไม่ต้องไปทดลองด้วยการแย่งชามดู แค่ดูจากระยะก็พอ
สอง ตอนมีเด็กอยู่ในบ้านเดิมนั้น ให้เด็กเดินผ่านหรือส่งเสียง หมาเงยหน้าดูแล้วนอนต่อ หรือลุกหนีไปอีกมุม
สาม ตอนถูกจับ ให้เจ้าของเดิมแตะหู แตะเท้า ลูบหลังซ้ำ ๆ เบา ๆ ดูว่าหมายืนนิ่งหรือถอย และที่สำคัญกว่า ดูว่าเจ้าของเดิมต้องคอยเตือนไหม อย่าง "ตัวนี้ห้ามแตะเท้า" ถ้าเจ้าของเดิมต้องเตือนทุกครั้ง นั่นคือคำตอบว่าเด็กในบ้านเราก็แตะได้ไม่ต่างกัน
สี่ ตอนเสียงดัง ให้คนสองสามคนคุยกันตามปกติ ปรบมือ ทำของตกลงพื้น แล้วดูว่าหมามองหาคนหรือมุดเข้าห้อง
ข้อควรระวังคือการไปดูครั้งเดียวบอกได้ไม่หมด หมาใจเย็นในบ้านที่เงียบ อาจไม่ใช่หมาใจเย็นในบ้านที่คนเข้าออกทั้งวัน สิ่งที่เราได้คือแนวโน้ม ไม่ใช่คำสัญญา
ระดับหัวหมากับหน้าเด็ก
เด็กสองขวบยืนสูงพอ ๆ กับหัวหมาตัวกลาง ๆ พอดี แปลว่าเด็กไม่ต้องก้มลงไปหาหมาเลย แค่เดินผ่านก็อยู่ในระยะเดียวกับหัวหมาแล้ว ผู้ใหญ่ที่ก้มลงไปลูบมีทางเลือก มีทางถอย เด็กเล็กไม่มีทั้งสองอย่าง และไม่ได้อ่านสัญญาณอะไรจากหมาเลยสักนิด
เพราะแบบนี้เรื่องหวงของจึงต่างจากเรื่อง "ดุ" ทั่วไป หมาไม่ดุเลยก็หวงชามได้ หวงของเล่นได้ หวงที่นอนได้ และอาการจะโผล่ตอนที่เด็กอยู่ในระดับหัวพอดี คือทุกวัน ไม่ใช่บางวัน
คำถามที่เราใช้ถามเจ้าของเดิมตรง ๆ คือ "ตอนกินข้าว มีคนเดินผ่านได้ไหม" ถ้าคำตอบคือต้องแยกห้อง ต้องยืนดู ตอนเด็กเล็กอยู่ในบ้านก็ต้องทำแบบนั้นตลอด ซึ่งบ้านส่วนใหญ่ทำไม่ได้จริงในทุกมื้อ
ตัวเล็กกับตัวใหญ่ คนละปัญหากัน
หมาเล็กมากกับเด็กเล็กเป็นคู่ที่หลายคนคิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่เรามองอีกมุมหนึ่ง เด็กสองขวบอุ้มไม่เป็น วางไม่เป็น ลากก็ไม่เป็น หมาตัวเบา ๆ ที่ถูกอุ้มผิดท่าก็เจ็บได้ พอเจ็บก็ร้องหรือหนี ซึ่งทำให้เด็กตกใจและร้องตาม กลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่มีใครผิด
อีกด้านหนึ่ง หมาตัวใหญ่ที่ตื่นเต้นดีใจแล้วกระโดดใส่ น้ำหนักทั้งตัวชนคนตัวเล็ก ๆ ล้มได้ง่ายมาก
คำถามจึงไม่ใช่พันธุ์ แต่เป็น "เด็กวัยนี้ กับหมาขนาดนี้ มีคนคอยดูอยู่กี่ชั่วโมงต่อวันในบ้านหลังนี้" ถ้าคำตอบคือไม่มีคนดูตลอด ขนาดหมาก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้หนักกว่าที่คิด
แล้วคนแก่ในบ้านล่ะ
นี่คือจุดที่เราว่าคนมองข้ามบ่อยที่สุด บ้านไทยหลายหลังมีสามรุ่นอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน ตอนดูหมาสำหรับหลาน เราจึงถามต่อเสมอว่าแล้วยายหรือตาล่ะ หมาแบบที่กระโดดใส่คนตอนดีใจ กับแบบที่ดึงสายจนคนเดินตามต้องออกแรงรั้ง ใช้กับเด็กโตได้สบาย แต่ใช้กับคนที่ล้มแล้วลุกยากไม่ได้
ตอนหมากระโดดทักมันไม่ได้มีเจตนาร้ายเลย แต่แรงมันเยอะ และพื้นบ้านเราไม่ได้นุ่ม เราเห็นบ้านที่ต้องเปลี่ยนหมาเพราะเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่มีอะไรน่ากลัวเกิดขึ้นเลย แค่กระโดดทักแรงไปหน่อย
ในบ้านหลายวัยจึงต้องเลือกจากคนที่เปราะบางที่สุด ไม่ใช่จากคนที่อยากได้หมามากที่สุด ถ้าเด็กโตพอจะรอได้ ให้เลือกให้คนแก่ก่อน แล้วค่อยสอนเด็กให้อยู่กับหมาตัวนั้น
บ้านที่ไม่มีห้องเงียบ
บ้านไทยที่เราเห็นไม่ค่อยมีห้องที่เงียบจริง ทีวีเปิดค้าง หม้อกับกระทะในครัว ป้าแม่ค้าเดินผ่านหน้าบ้าน จักรยานยนต์ในซอยตอนเช้าและตอนเย็น เสียงพวกนี้เป็นพื้นหลังตลอดวัน
ทดสอบง่าย ๆ คือขอให้คนสองสามคนคุยกันด้วยเสียงปกติในบ้านเดิม แล้วดูว่าหมามุดเข้าห้องหรือยังนอนอยู่ที่เดิม หมาแบบหลังคือแบบที่บ้านเราต้องการ
ถ้าบ้านมีแมวหรือหมาเดิมอยู่แล้ว
หมาที่เคยอยู่ร่วมกับหมาแมวตัวอื่นมาก่อน ปกติจะอ่านภาษากายของสัตว์ได้ดีกว่าและเข้าบ้านที่มีสัตว์เดิมได้ราบรื่นกว่า ถ้าไม่มีข้อมูลนี้เลย ต้องถามให้ชัดว่าอยู่กับอะไร อยู่แบบไหน แยกกรงหรือปล่อยรวม ตอนกินข้าวทำยังไง
ส่วนบ้านเราที่มีสัตว์เดิมอยู่แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าต้องมีช่วงเวลาปรับตัว ซึ่งมักไม่ใช่สองสามวัน และไม่ใช่เรื่องที่พันธุ์จะตอบแทนได้
เราไม่เชื่อว่ามีพันธุ์ไหนที่รับประกันได้ว่าจะปลอดภัยกับเด็ก และไม่มีพันธุ์ไหนที่ตัดออกได้ด้วยชื่ออย่างเดียว เหตุผลก็ตรงไปตรงมา หมาแต่ละตัวต่างกันเกินไป และเด็กแต่ละวัยก็ต่างกันเกินไป เด็กสองขวบกับเด็กเก้าขวบเป็นงานคนละแบบเลย
สิ่งที่ทำได้คือลดความไม่รู้ก่อนตัดสินใจ ไปดูหมาให้มากกว่าหนึ่งครั้งถ้าทำได้ ดูตอนมันกิน ตอนมันเล่น ตอนมันง่วง ตอนมีคนเข้าบ้าน ถ้าบ้านมีเด็กเล็กและคนแก่พร้อมกัน ก็เอาคนสองวัยนั้นไปอยู่ในห้องเดียวกันตอนตัดสินใจ ไม่ใช่คิดเผื่อไว้ในหัว
สรุปสั้น ๆ ที่เราใช้จริง เวลามีคนถามว่าพันธุ์ไหนดี
- รับการจับแบบไม่นุ่มนวลได้โดยไม่ต้องมีคนคอยเตือน
- ไม่หวงชาม ไม่หวงของเล่น และไม่ต้องแยกห้องตอนกินข้าว
- หัวหมากับหน้าเด็กอยู่ห่างกันพอ หรือมีคนดูตลอดเวลา
- เสียงดังในบ้านแล้วยังอยู่กับคนได้ ไม่มุดหนี
- ไม่กระโดดใส่คน และไม่ดึงสายจนคนเดินเสียหลัก
- ถ้าบ้านมีสัตว์เดิม มีข้อมูลว่ามันเคยอยู่กับสัตว์มาก่อนไหม
สุดท้ายคำถามไม่ได้อยู่ที่พันธุ์ อยู่ที่ว่าเราดูอะไรออกในตัวหมา และบ้านเราดูแลอะไรได้จริงตลอดหลายปีข้างหน้า