ลูกสุนัขโดยทั่วไปยืนนิ่งอยู่ในท่าที่สั่งได้ราว 1-2 วินาทีตอนอายุ 2 เดือน ราว 3-5 วินาทีตอน 3 เดือน ราว 5-10 วินาทีตอน 4 เดือน และประมาณ 20-30 วินาทีเมื่อเข้า 6 เดือนขึ้นไป ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เป้าที่ต้องไปให้ถึง แต่มันคือไม้บรรทัดที่บอกว่าสมาธิของหมาในวัยนั้นยาวแค่ไหน และมันไม่ได้ยาวขึ้นตามความคาดหวังของคนเลี้ยง มันยาวขึ้นตามวัยและประสบการณ์ของหมาเท่านั้น ลูกหมาที่ลุกออกจากที่ตอน 4 เดือนทั้งที่ฝึกมาเดือนกว่า ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้ดื้อ มันแค่มีช่วงความสนใจสั้นเท่านั้นจริง ๆ
ผมเรียนรู้ข้อนี้แบบไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นผมฝึกหมาตัวหนึ่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พื้นกระเบื้องเย็น ๆ หลังแดดร่ม แล้วผมก็เริ่มนับในหัวว่า “หนึ่งพันหนึ่ง หนึ่งพันสอง” ซึ่งเป็นวิธีที่ผมใช้จนติด เพราะมันทำให้ตาผมยังอยู่ที่หมาตลอด ไม่ต้องก้มไปดูมือถือ
นับในหัว ดีกว่า kดนาฬิกา
มือถือวางหงายไว้ที่พื้นข้าง ๆ ได้ แต่อย่าไปจ้องจอ เพราะวินาทีที่ก้มดูจอ เราก็ขาดการติดต่อกับหมาไปแล้ว และหมาอ่านออกทันทีว่าตอนนี้เราไม่ได้อยู่กับมัน นาฬิกาจับเวลาจริงเอาไว้ใช้ตอนหลัง คือใช้บันทึกว่าวันนี้ทำได้กี่วินาที ไม่ใช่ใช้ระหว่างฝึก
ตัวเลขที่ผมใช้เป็นหลัก
- 2 เดือน (ราว 8-10 สัปดาห์): 1-2 วินาที
- 3 เดือน: 2-5 วินาที
- 4 เดือน: 5-10 วินาที
- 5 เดือน: 10-20 วินาที
- 6-8 เดือน: 20-40 วินาที
- 8 เดือนขึ้นไป: ยืนหนึ่งนาทีได้ ถ้าสร้างมาทีละขั้นจริง ๆ
ตัวเลขชุดนี้ผมใช้เป็นจุดตั้งต้นกับหมาที่บ้านและหมาของคนรู้จักที่ฝากมาฝึก ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่วัดมาจากงานวิจัยอะไร ผมใช้มันเป็นไม้บรรทัดแล้วปรับขึ้นลงตามหมาตัวที่อยู่ตรงหน้า ถ้าหมาตัวไหนทำได้น้อยกว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด มันแค่แปลว่าเราต้องเริ่มจากน้อยกว่านี้
สี่เดือนคือวัยที่คนเลี้ยงตีความผิดบ่อยที่สุด
ตอนหมา 4 เดือน มันเพิ่งอยู่บ้านมาเดือนกว่า ๆ คนเลี้ยงเริ่มคาดหวังว่าจะยืนนิ่งได้เป็นนาทีเหมือนในคลิปที่เห็น แต่ช่วงความสนใจของหมาวัยนี้สั้นมาก สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือหมายืนได้ถึงวินาทีที่ 8 แล้วลุกขึ้น แล้วคนเลี้ยงก็ดุ เท่ากับเราสอนหมาไปว่า การยืนนิ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดี และพอทำแบบนี้ซ้ำ ๆ สองสามวัน หมาก็จะเริ่มลุกก่อนกำหนดเพราะมันรู้ว่ายังไงก็โดน
สิ่งที่เรียกว่าความดื้อในวัยนี้ ส่วนใหญ่คือความยาวของสมาธิ ถ้าเราเปลี่ยนคำถามจาก “ทำไมไม่เชื่อฟัง” เป็น “วันนี้สมาธิยาวกี่วินาที” ทุกอย่างจะง่ายขึ้นทันที
เพิ่มได้ทีละอย่างเท่านั้น
ตัวแปรมีสามตัว คือ เวลา ระยะห่างจากเรา และสิ่งรบกวน ไม่ว่าจะเป็นคนเดินผ่าน เสียงมอเตอร์ไซค์ในซอย หรือกลิ่นอาหารจากครัว กฎที่ผมยึดคือ เพิ่มทีละตัว และเมื่อเพิ่มตัวหนึ่ง อีกสองตัวต้องถอยลงก่อน
เกณฑ์เลื่อนขั้นของผมคือ ยืนได้ครบ 3 ครั้งติดในเวลานั้นโดยไม่ลุก ถ้า 3 ครั้งลุก 2 ครั้ง แปลว่ายาวเกินไป ให้ถอยกลับไปตัวเลขเดิม แล้วอยู่ตรงนั้นอีก 2-3 วัน ไม่ต้องรีบ
ฟันขึ้น ช่วงที่เวลาถอยหลังได้โดยไม่ผิด
ราว 3-6 เดือน ฟันน้ำนมเริ่มผลัด เหงือกคัน หมาจะลุกออกจากที่เพื่อไปหาอะไรกัด สิ่งที่ผมทำคือวางของกัดไว้บนเสื่อตั้งแต่ก่อนเริ่ม แล้วให้มันอยู่บนเสื่อตลอด พอหมาคาบของแล้วนั่งลงตรงนั้น มันจะอยู่นิ่งได้นานขึ้นโดยที่เราไม่ต้องไปบังคับ
และข้อสำคัญคือ พอพูดคำปล่อย ให้ปล่อยให้มันกัดของนั้นทันที การยืนนิ่งจะจบลงด้วยของที่มันอยากได้ ไม่ใช่ด้วยความหงุดหงิด ในช่วงฟันขึ้นอย่าเพิ่งยืดวินาที อยู่ที่ 5 วินาทีให้ชัวร์ ดีกว่าไปฝืน 15 วินาทีแล้วหมาลุกเองสองครั้ง
ช่วงกลัว พื้นใหม่ทำให้เวลาหายไปทั้งก้อน
ลูกหมามีช่วงที่จู่ ๆ ก็กลัวของที่ไม่เคยกลัว เท่าที่ผมเจอมากับหมาหลายตัว ช่วงแรกมักอยู่ราว 2-4 เดือน และมีอีกรอบตอนเข้าใกล้วัยรุ่น แต่ไม่ได้ตรงเป๊ะตามตำรวจอะไร มันแล้วแต่ตัว
หมาที่บนเสื่อในบ้านยืนได้ 10 วินาที พอพาไปยืนบนพื้นปูนหน้าบ้านที่เพิ่งล้าง หรือลานกระเบื้องที่เพิ่งปูใหม่ อาจได้แค่ 2 วินาที นี่ไม่ใช่การถอยหลัง นี่คือการตั้งต้นใหม่ในที่ใหม่ ให้ลดเป้าลง อย่าไปดัน และอย่าเพิ่มเวลาในวันที่หมาหูตั้ง หางจุกก้น ตัวเกร็ง
คำปล่อยต้องมาก่อนเวลา
ถ้ายังไม่ได้สอนคำปล่อย ห้ามยืดเวลาเด็ดขาด เพราะถ้าหมายืนจนเมื่อยแล้วลุกเอง มันจะเรียนรู้ว่า “การลุกเองคือการจบเกม” แล้วเราจะกลายเป็นคนที่ยืนนับวินาทีอยู่ฝ่ายเดียว
คำปล่อยใช้คำเดียวสั้น ๆ เช่น โอเค ปล่อย หรือ ไป พูดทันทีตอนปล่อย แล้วให้รางวัลทันที ทีนี้เมื่อหมาเผลอลุกเอง มันจะไม่จบเกม และเราก็ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
นิ่งคือการซ้อมให้จับตัว
ข้อนี้คนมักมองข้าม การฝึกยืนนิ่งคือโอกาสซ้อมจับตัวไปในตัว จับหู เปิดปากดูฟัน ยกเท้าขึ้นทีละข้าง ลูบหลัง ทั้งหมดนี้ทำตอนหมากำลังยืนนิ่งในท่า แล้วค่อยปล่อย
หมาที่เคยชินกับการถูกจับตั้งแต่เล็กจะทนการตรวจที่คลินิกได้ดีกว่ามาก เรื่องแบบนี้สร้างตอนลูกหมาง่ายกว่ามาแก้ตอนโตมาก และไม่ต้องรอให้ยืนได้นาน ค่อย ๆ จับตอนยืนได้ 2 วินาทีก็เริ่มได้แล้ว
ตอนที่หมามันลุกเอง
อย่าดุ อย่าจับกดลงไปนั่งใหม่ ให้ถอยไป 1-2 วินาที ทำซ้ำ ถ้า 3 ครั้งติดลุกหมด ก็เลิก เก็บของ แล้วไปทำอย่างอื่น
เซสชันของผมสั้นกว่า 2 นาทีเสมอ จำนวน 3-5 ครั้ง ต่อวัน 1-2 รอบ แค่นั้น และพยายามจบตอนที่หมายังอยากทำต่ออีกนิด การจบตอนที่หมายังสนุกอยู่คือสิ่งที่ทำให้วันพรุ่งนี้มันยังอยากมา
ตรงที่ตัวเลขใช้ไม่ได้
อากาศร้อนจัด หมาเพิ่งกินข้าวเสร็จ ง่วง หรืออยู่ในช่วงกลัว ตัวเลขทั้งหมดที่ว่ามาใช้ไม่ได้เลย ในบ้านเราให้ฝึกตอนเช้าหรือหลังแดดร่ม และเลือกพื้นที่ไม่ร้อนจนหมารู้สึกต้องลุกหนี
แล้วก็มี “แล้วแต่หมา” จริง ๆ หมาที่ตื่นตัวกับเสียงจะทำได้สั้นกว่าหมาที่ชิล ๆ หม�ี่ติดขนมมากอาจยืดได้นานกว่า อย่าเอาตัวเลขของหมาเราไปแข่งกับของบ้านอื่น เพราะคนละวัน คนละอารมณ์ คนละพื้นก็ให้ผลต่างกันได้
ถ้าให้สรุปเป็นประโยคเดียว ผมไม่เคยเสียใจที่เซสชันสั้นเกินไป แต่จำได้ทุกครั้งที่ดันเวลาเกินสมาธิของหมา แล้วต้องมานั่งแก้เรื่องลุกเองอีกเป็นเดือนถัดมา