ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แนะนำสุนัขใหม่กับเด็กในบ้านทีละขั้น

การแนะนำสุนัขใหม่กับเด็กในบ้านอย่างปลอดภัย เริ่มจากการแยกพื้นที่ก่อน ให้สุนัขได้อยู่ในโซนของตัวเองโดยมีกริ่งหรือประตูกั้นในสองถึงสามวันแรก ให้เด็กกับสุนัขเห็นกันและได้กลิ่นกันผ่านกริ่งก่อน แล้วจึงปล่อยให้สุนัขเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเด็กเอง ไม่ใช่ให้เด็กวิ่งเข้าหา และให้ถือว่า 72 ชั่วโมงแรกคือช่วงสังเกต ไม่ใช่ช่วงเล่น ถ้าหมาเริ่มหอบทั้งที่อากาศไม่ร้อน เดินวนไปวนมา หรือหลบไปซ่อน ให้ถอยขั้นตอนกลับหนึ่งก้าวทันที ไม่ต้องฝืนให้ทันกำหนด

สองวันแรกฉันแทบไม่ให้พวกเขาเจอกันเลย

วันที่พาหมากลับถึงบ้าน ฉันไม่ได้ให้เด็กวิ่งออกมาดูเลย ฉันพาหมาเดินตรงเข้าไปในโซนหลังบ้านที่มีน้ำและที่นอนวางรออยู่ ปิดกริ่ง แล้วปล่อยให้เด็กยืนมองอยู่ห่างๆ หมาที่เพิ่งนั่งรถมาไกล ส่วนใหญ่ไม่ใช่หมาที่พร้อมจะพบใคร มันหอบ ตัวสั่น หรือบางตัวก็ตัวแข็งนิ่งไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่ฉันกลัวไม่ใช่หมางับเด็กในวันแรก แต่คือการที่ทุกคนผ่อนคลายเกินไปในวันที่สาม

ฉันเห็นบ้านหลายหลังพังตอนจุดนี้ พอหมาไม่ทำอะไรสองวันแรก ทุกคนก็สรุปว่าเข้ากันได้ แล้วปล่อยให้เด็กนอนกอดหมาในคืนที่สาม

ห้องนอนเด็กไม่ใช่ที่เจอกันครั้งแรก

ห้องนอนเด็กมีกลิ่นของเด็ก มีเตียงของเด็ก มีของเล่นที่เด็กหวง และประตูมักอยู่ไกลจากทางออกของบ้าน ถ้าหมาเดินหนีแล้วไปเจอประตูปิด ก็เท่ากับถูกต้อนให้จนมุมในห้องที่เด็กคิดว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของตัวเอง

ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหน้ากัน ฉันเลือกที่ลานปูนหน้าบ้าน มีกลิ่นรถจักรยานยนต์ มีเพื่อนบ้านเดินผ่าน หมาสามารถเดินถอยออกไปได้ห้าหกก้าวโดยไม่มีใครขวาง ถ้าบ้านไหนจัดไม่ได้จริงๆ เพราะหมาเพิ่งมาถึงและยังไม่ควรพาออกไปไหน ก็ให้เจอกันผ่านกริ่ง โดยให้หมาอยู่ฝั่งที่มันถอยหนีได้ และให้เด็กอยู่ฝั่งนี้

ไม่ต้องมีพิธีอะไร ไม่ต้องจับมือจับเท้า ไม่ต้องถ่ายรูปคู่ในวันแรก

สอนเด็กให้เมินก่อน ซึ่งเป็นคำสั่งที่ยากที่สุด

เด็กแสดงความรักด้วยการเข้าหา การมองตา การกอด และเสียงดัง ทั้งสี่อย่างนี้คือแรงกดดันเต็มๆ สำหรับหมาที่เพิ่งย้ายบ้าน

ฉันซ้อมคำสามคำกับเด็กก่อนวันที่หมาจะมาถึง คือ มืออยู่กับตัว ไม่จ้องตา และไม่กอด แล้วพอถึงวันจริง ฉันให้เด็กนั่งลงบนพื้นหันข้างให้หมา ถือหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่ง แล้วทำเป็นอ่าน

หมาของฉันเดินอ้อมเป็นวงกว้างผ่านหลังเด็ก มาดมแล้วก็เดินจากไป

แค่นั้นแหละ คือการพบกันครั้งแรกที่ดีที่สุดที่ฉันเคยจัดได้ ไม่มีใครแตะใคร ไม่มีใครถูกบังคับ และหมาก็รู้ว่ามันเลือกได้ว่าจะเข้าใกล้หรือไม่

ของกินช่วยได้มาก แต่ในช่วงแรกให้เด็กปล่อยลงพื้น ไม่ใช่ยื่นจากมือ ของที่ใช้บ่อยในบ้านฉันคืออกไก่ต้มฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ หรือปลาแห้งฉีกนิดหน่อย มือเด็กเล็กกับปากหมาไม่ควรเจอกันในสัปดาห์แรก

72 ชั่วโมงแรก คือช่วงที่ฉันจดมากกว่าเล่น

ฉันจดไว้ในโน้ตมือถือ สามหัวข้อสั้นๆ คือ เวลา เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้า และหมทำอะไร ทุกครั้งที่หมาดูไม่สบายใจ

สัญญาณที่ฉันมองหาคือ หอบทั้งที่ไม่ได้ร้อน เลียปากบ่อยๆ หาวติดกันหลายครั้ง หางตกติดท้อง ตัวเกร็งจนไม่ยอมขยับ หลบไปใต้โต๊ะหรือหลังโซฟา ไม่ยอมกินข้าว และบางตัวก็ท้องเสีย

สิ่งที่ฉันเจอบ่อยที่สุดคือเด็กกลับจากโรงเรียนประมาณสี่โมงครึ่ง เปิดประตู rumah แล้ววิ่งเข้ามาในบ้าน หมาไม่เคยมีปัญหาตอนเช้าเลย แต่จะเริ่มเดินวนทุกวันตอนช่วงนั้น

พอเห็นแบบนั้น ฉันไม่ได้ดุหมา ฉันเปลี่ยนเวลา ฉันให้เด็กเข้าบ้านเงียบๆ เก็บกระเป๋าก่อน ให้หมาเห็นว่าเด็กเข้ามาแล้วก็จบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วค่อยให้เจอกันตอนห้าโมงเย็นในสภาพที่ทั้งคู่สงบแล้ว

นี่คือเหตุผลที่ฉันว่าสามวันแรกสำคัญ มันไม่ใช่การรอให้ครบกำหนด แต่มันคือการหาแพตเทิร์นว่าอะไรทำให้หมาเกร็ง

กริ่งและสายจูงสั้นๆ ช่วยแยกโดยไม่ทิ้ง

การขังหมาไว้ในห้องคนเดียวยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย หมาไม่ได้พัก但它กลับสะสมความอึดอัด และพอได้เจอเด็กทีหลังก็จะพุ่งใส่เพราะตื่นเต้นเกินไป

กริ่งที่ดีคือกริ่งที่หมามองเห็นห้องนั่งเล่น เห็นเด็กเล่น เห็นคนเดินไปเดินมา ได้กลิ่นอาหารเย็น และได้ยินเสียงทีวี แต่ไม่มีมือไหนเอื้อมถึงตัวมันได้

อีกวิธีที่ฉันใช้คือผูกสายจูงสั้นๆ กับขาโต๊ะหรือกับเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่ ให้หมานอนอยู่ที่เท้า ในขณะที่เด็กเล่นอยู่ห่างออกไปสามเมตร หมาก็ได้เรียนรู้ว่าการมีเด็กอยู่ในห้องไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้น

ข้อควรระวังคือ อย่าปล่อยหมาไว้กับสายจูงโดยไม่มีคนอยู่ด้วยเด็ดขาด อย่าใช้ปลอกคอแบบรูด และถ้าหมาเริ่มดิ้นหรือตกใจ ให้ปลดออกทันที การผูกมีไว้เพื่อความสงบ ไม่ได้มีไว้เพื่อกักขัง

เด็กแต่ละวัยต้องการกฎคนละแบบ

เด็กต่ำกว่าสามขวบไม่มีกฎอะไรที่ได้ผลจริงสำหรับเขา สิ่งเดียวที่ได้ผลคือกริ่งและระยะห่าง อย่าเสียเวลาสอนคำว่าเบาๆ กับเด็กวัยนี้

เด็กสี่ถึงเจ็ดขวบทำตามกฎได้ทีละอย่าง สองอย่างก็เริ่มหลุด ให้เลือกกฎที่สำคัญที่สุดหนึ่งข้อ เช่น มืออยู่กับตัว แล้วเตือนซ้ำๆ

เด็กแปดขวบขึ้นไปเริ่มมีงานให้ทำได้ ให้เขาวางชามน้ำหรือหย่อนขนมลงชาม โดยมีผู้ใหญ่ยืนอยู่ด้วยตลอด การได้มีส่วนร่วมทำให้เด็กรู้สึกว่าเป็นเจ้าของหมาเหมือนกัน

ส่วนเด็กโตที่อยากพาหมาเดิน ฉันยังไม่ปล่อยให้จูงคนเดียวในเดือนแรก เพราะหมาใหม่กับเด็กที่ยังไม่รู้จักกันดีคือคู่ที่ควบคุมยากที่สุด

กฎ 3-3-3 ที่คนมักใช้กับหมาแต่ลืมใช้กับเด็ก

สามวันแรกคือการคลายความเครียด ทั้งเด็กและหมาเจอกันแค่ผ่านกริ่ง ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์

สามสัปดาห์ต่อมาคือช่วงปรับตัว ให้เจอกันสั้นๆ ห้านาที สิบนาที วันละครั้งหรือสองครั้ง ในห้องนั่งเล่น ไม่ใช่ในห้องนอน

สามเดือนคือช่วงที่หมาเริ่มมั่นใจพอจะทดสอบขอบเขต และเป็นช่วงที่เด็กเริ่มเบื่อหมาแล้ว ความใหม่มันหมดไป งานวิจัยในหัวฉันไม่มี แต่ประสบการณ์บอกว่าเคสที่เกือบพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในสัปดาห์แรก มันเกิดตอนเดือนที่สองหรือสามที่ทุกคนคิดว่าจบเรื่องแล้ว

นอกจากนี้ช่วงเดือนที่สามหมาจะเริ่มหวงของ หวงชามข้าว หวงหมอน หวงของเล่น นั่นคือช่วงที่ต้องสอนเด็กเรื่องการไม่ไปยุ่งกับของของหมาให้ชัดเจนที่สุด

ให้รางวัลตอนหมาสงบ ไม่ใช่ตอนหมาน่ารัก

ข้อนี้ฉันพลาดเองตอนแรก เด็กหัวเราะ หมากระโดดเลียหน้า แล้วทุกคนก็ให้ขนม เพราะมันน่ารัก

สิ่งที่สอนไปคือ กระโดดแล้วได้ขนม

ที่ถูกคือให้ตอนหานอนเฉยๆ อยู่ใกล้ๆ ในขณะที่เด็กเล่นเสียงดัง หรือให้ตอนที่เด็กเดินผ่านแล้วหมาไม่ลุกขึ้นมา ผลที่ได้ช้ากว่าเยอะ แต่ไม่ต้องมาแก้ทีหลัง

ขนมที่ใช้ควรเป็นของที่หมาไม่เคยกินบ่อย อกไก่ต้ม หรือตับบดนิดหน่อย ใช้เสียงต่ำๆ ช้าๆ ไม่ต้องเสียงสูงปรี๊ด เพราะเสียงสูงทำให้หมา Excited ขึ้น

และอย่าลืมให้รางวัลเด็กด้วย เขาทำสิ่งที่ยากมากคือการไม่วิ่งเข้าหาสิ่งที่เขาอยากแตะที่สุด

เมื่อไหร่ที่ต้องหยุด แล้วไปหาคนที่รู้จริง

ถ้าหมคำราม ตัวเกร็ง นิ่งค้าง ตาขาวโผล่ หรือ snaps ออกมา ให้หยุดทุกอย่างทันที

อย่าดุหมาเพราะมันคำราม คำรามคือข้อมูล คำรามคือคำเตือนที่ช่วยให้ทุกคนปลอดภัย ถ้าเราปิดปากคำเตือนนั้น ครั้งต่อไปมันจะข้ามไปกัดเลย

แยกออกจากกัน จบเซสชันของวันนั้น แล้วถ้าเกิดซ้ำ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่แก้เองด้วยการดูคลิปแล้วทำตาม

สิ่งที่ฉันเข้าใจผิดตอนแรก

หมานิ่งไม่ใช่หม่าสงบ หมที่ตัวแข็งแล้วยอมให้เด็กกอดอาจไม่ได้ยอมรับอะไรเลย มันแค่หยุด เพราะไม่มีทางเลือก

และการที่หมายอมให้เด็กปีนขึ้นไปนอนทับ ไม่ได้หมายความว่ามันอนุญาต มันหมายความว่ามันอดทน ความอดทนมีวันหมด และวันที่หมดมักไม่ตรงกับวันที่เราพร้อม

ทุกวันนี้หมาของฉันนอนอยู่หน้าประตูห้องเด็ก ไม่ได้นอนในห้อง และเด็กก็รู้ว่าตอนหมากินข้าวต้องเดินอ้อม ใช้เวลาสองเดือนกว่าจะถึงจุดนั้น ไม่มีขั้นตอนไหนที่ข้ามได้

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา