บ้านที่มีเด็กเล็กควรคัดหมาจากสี่อย่าง คือ ท่าทีของหมาตัวนั้นต่อมือที่คว้าใส่ ขนาดตัวเทียบกับอายุของเด็ก พลังงานที่ต้องระบายในแต่ละวัน และชนิดขนที่อยู่กับความร้อนชื้นแบบบ้านเราได้ นั่นคือรอบคัดเลือกทั้งหมด ชื่อสายพันธุ์เป็นแค่เบาะแสว่าควรมองอะไร ไม่ใช่คำตอบ และไม่มีพันธุ์ไหนรับประกันได้ว่าปลอดภัยกับเด็ก เพราะคำตอบจริงมาจากหมาตัวนั้นบวกกับกติกาในบ้านคุณ
ผมยืนเท้าเปล่าบนกระเบื้องในบ้านญาติแถวบางแค บ่ายสามโมง กระเบื้องร้อนผ่านฝ่าเท้าขึ้นมา พัดลมตั้งพื้นเป่ากระดาษหนังสือพิมพ์ปลิวอยู่มุมห้อง ลูกบ้านอายุสองขวบกำขนมปังกรอบชิ้นหนึ่ง มือเปื้อนน้ำตาล ญาติหิ้วหมามาให้ดูตัวหนึ่ง สายพันธุ์อะไรผมไม่ได้ถามก่อน แล้วญาติก็พูดว่า "ตัวนี้ใจดี ไม่เคยกัดใคร" ผมไม่เถียง แต่ผมยังไม่เชื่อ
สิ่งที่ผมทำคือถอยออกมาสองก้าว ย่อตัวลงให้ต่ำกว่าระดับสายตาเด็ก แล้วปล่อยให้เรื่องมันเกิดขึ้นเอง
หมาเดินเข้ามาดมหลังมือผมที่ยื่นลงต่ำ แล้วก็เดินไปนอนใต้โต๊ะ ตอนเด็กวิ่งผ่านพร้อมขนมในมือ หูมันพลิกตามเสียง แต่หัวไม่ยก ดีแล้ว
สิบกว่านาทีต่อมา เด็กเดินกลับมาเอาแขนกอดคอมันจากด้านข้าง หมาไม่ขยับ ตัวเกร็ง ลิ้นเลียจมูกครั้งหนึ่ง แล้วหาว ผมจำภาพนี้ไว้ เพราะมันคือคำตอบที่ยังไม่มา
คนส่วนใหญ่เห็นหมานิ่งตอนโดนเด็กกอดแล้วคิดว่าดี ผมคิดตรงกันข้าม หมาที่อยู่กับเด็กได้ไม่ใช่หมาที่ทนได้ทุกอย่าง แต่คือหมาที่มีทางออกและกล้าใช้ทางออกนั้น มันลุกเดินไปนอนอีกมุมเมื่อพอแล้ว ตัวที่ไม่เคยลุกหนีเลยต่างหากที่ผมกลัว เพราะมันไม่ได้ใจดี มันแค่ยังไม่ถึงขีดของมัน และขีดของมันจะมาถึงในวันที่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนหันไปมอง
ท่าทีต่อมือเด็ก ดูตอนที่มันคิดว่าไม่มีใครดูอยู่
ตอนไปดูหมา ผมยื่นหลังมือให้ดมจากระดับต่ำ ไม่ยื่นมือจากข้างบนเพราะนั่นคือท่าของคนที่จับหัว ผมดูสามอย่างติดกัน
อย่างแรก มันเลือกเข้าหาหรือถูกดันเข้าหา ถ้าเจ้าของต้องลากสายจูงให้เข้ามาหาเด็ก นั่นคือคำตอบแล้ว
อย่างที่สอง ตอนเด็กแตะตัว มันหันหัวหนีช้า ๆ ไหม ถ้าหันหนีแล้วยังอยู่ตรงนั้น แปลว่ามันมีทางออกและรู้ว่าจะใช้ยังไง ต่างจากตัวที่แข็งทื่อ จ้องค้าง แล้วเลียจมูกซ้ำ ๆ อันนั้นคือความสุภาพที่กำลังจะหมดอายุ
อย่างที่สาม ซึ่งคนมักลืมถาม คือ ตอนมันกินข้าวหรือคาบของกินอยู่ เรียกชื่อแล้วมันเงยหน้าขึ้นไหม หรือแข็งค้างแล้วคำรามเบา ๆ ในบ้านไทยเรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะเด็กวัยคลานอยู่ที่ระดับชามข้าวพอดี และข้าวสวยตกพื้นตลอดเวลา หมาที่หวงของจะป้องกันชามในจังหวะที่เด็กคลานผ่าน ซึ่งไม่เกี่ยวกับสายพันธุ์เลย เกี่ยวกับประวัติของมัน และแก้ได้ถ้ารู้ตัวแต่เนิ่น ๆ
ขนาดตัว ไม่มีขนาดที่ปลอดภัย มีแต่ขนาดที่คุณจัดการไหว
ผมไม่เคยเห็นขนาดไหนที่ปลอดภัยไปหมด หมา three กิโลกับเด็กสองขวบซนพอกัน ทั้งคู่ล้มใส่กันได้ และวันที่เด็กนั่งทับคือวันที่หมาร้องออกมาเป็นเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ส่วนหมา thirty กิโลที่โบกหางดี ๆ ก็สะบัดเด็กให้หงายหลังได้ในจังหวะเดียว
คำถามที่ผมใช้ตัดสินคือ ใครในบ้านยกหมาตัวนี้ได้คนเดียว ตอนมีเหตุ ต้องพาไปหาหมอ ต้องแยกออกจากกันตอนตีกัน ถ้าคำตอบคือไม่มีใครเลย นั่นคือความเสี่ยงที่จ่ายไปทุกวัน
อีกเรื่องคือหมาเล็กที่ถูกอุ้มขึ้นมาแนบอกตลอดเวลาจะชินกับระดับใบหน้า และนั่นคือระดับที่มันจะใช้ปากเมื่อถึงขีดของมัน หมาใหญ่ที่อยู่บนพื้นจะงับที่ข้อเท้า เด็กสองขวบข้อเท้าอยู่ตรงนั้นพอดี
พลังงานต้องพอดีกับพื้นที่ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี
ผมเคยเห็นบ้านทาวน์เฮาส์ในเมืองที่มีสนามหน้าบ้านกว้างเมตรครึ่ง อยู่กับเด็กวัยเตาะแตะ แล้วได้หมาที่ต้องการวิ่งสองรอบต่อวัน คนเลี้ยงไม่ได้ขี้เกียจ แต่เลิกงานถึงบ้านหกโมงเย็น อากาศยังร้อนอบอ้าว เดินได้แค่รอบหมู่บ้านสองรอบ
พลังงานที่ไม่ถูกใช้每天 มันไม่ได้หายไปไหน มันไปลงที่การไล่ของที่เคลื่อนไหว ซึ่งในบ้านนี้คือเด็กที่วิ่ง ผลคือหมาไล่ตามเด็ก งับที่น่อง แล้วผู้ใหญ่ก็สรุปว่าหมาก้าวร้าว ทั้งที่มันแค่วิ่งไม่ได้
วิธีที่ผมใช้ คือเอาเวลาจริงในสัปดาห์ของคุณมาหาร ไม่ใช่เวลาที่คุณหวังว่าจะมี ถ้าตอบตามจริงแล้วเหลือวันละ forty นาที ก็ต้องเลือกหมาที่อิ่มตัวด้วยการเดินเล่นกับฝึกสมองสั้น ๆ ได้ ไม่ใช่ตัวที่ต้องการงานให้ทำตลอดเวลา
ขนกับอากาศไทย เรื่องของทั้งความร้อนและเวลาของคุณ
อากาศบ้านเรากรองหมาได้แรงกว่าที่หลายคนคิด สองเรื่องที่ต้องแยกกันให้ออก
เรื่องแรกคือความร้อน หน้าที่สั้นอย่างหมากลุ่มจมูกแบน หายใจในความชื้นสูงลำบากกว่าพันธุ์อื่นชัดเจน ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดี แต่คือข้อจำกัดที่คุณต้องยอมรับว่าจะพามันเดินตอนเที่ยงไม่ได้เลย และบ้านต้องมีที่เย็นให้มันนอน
เรื่องที่สองคือขนสองชั้น ในตำรามันบอกว่าช่วยเป็นฉนวนกันความร้อน ซึ่งจริงในที่แห้ง แต่ในบ้านเราปัญหาคือความชื้น มันไม่ระบาย และเกิดผื่นร้อนกับเชื้อราตามซอกนิ้วกับในหูบ่อยกว่าที่คิด ยิ่งถ้าอาบน้ำแล้วไม่เป่าให้แห้งถึงโคนขน
นี่คือจุดที่ผมอยากให้คนคิดเป็นตัวเลข เป่าขนสองชั้นให้แห้งสนิทใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงกับไดร์เป่าที่แรงพอ ถ้าคุณมีลูกเล็กที่ต้องอุ้ม ต้องป้อน ต้องพาเข้านอน คุณจะมีเวลานี้จริงหรือเปล่าในทุกสัปดาห์ ถ้าไม่มี ขนสั้นชั้นเดียวที่เช็ดตัวแล้วจบ คือคำตอบที่ซื่อสัตย์กว่า
และขนสั้นสีอ่อนก็มีข้อเสียของมัน ผิวที่ไม่มีขนหนาป้องกันจะเกรียมง่ายตรงจมูกกับท้องเวลานอนกลางแดด
สัญชาตญาณที่ติดมากับสายพันธุ์
ผมบอกว่าสายพันธุ์ไม่ใช่คำตอบ แต่มันบอกอะไรได้เยอะถ้าคุณรู้ว่าจะฟังตรงไหน
กลุ่มต้อนสัตว์ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนย้ายสิ่งที่เคลื่อนที่ได้ โดยใช้การไล่ต้อนและการงับที่ส้นเท้า ในบ้านที่มีเด็กวิ่งเล่น ส้นเท้าของเด็กอายุสองขวบอยู่สูงจากพื้นพอดีกับปากหมา การงับนั้นไม่ใช่ความก้าวร้าว มันคืองานที่มันทำ แต่ผลลัพธ์ต่อเด็กเหมือนกัน
กลุ่มเฝ้ายามจะเห่าใส่คนแปลกหน้าที่หน้าประตู ซึ่งในบ้านที่ญาติมาบ่อยและเด็กเปิดประตูเองคือเรื่องที่ต้องฝึกแต่ต้น
กลุ่มที่ใช้ปากบ่อยอย่างเทอร์เรียร์จะงับเร็วและแรงกว่าที่ตาเห็น
ผมไม่ได้บอกว่าให้เลี่ยงกลุ่มไหน ผมแค่บอกว่าถ้าคุณเลือกกลุ่มที่มีสัญชาตญาณชัด คุณต้องจ่ายค่าแรงในการฝึกและจัดบ้านมากกว่าคนที่เลือกตัวกลาง ๆ และถ้าคุณไม่มีเวลาจ่ายตรงนั้น ก็ไม่ควรเลือก
หมาโตที่รู้ประวัติให้ข้อมูลที่ลูกหมาให้ไม่ได้
ถ้าบ้านคุณมีเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบ ผมให้น้ำหนักกับหมาโตอายุสองถึงห้าปีที่เคยอยู่กับเด็กมาก่อน มากกว่าลูกหมาแทบทุกกรณี
เหตุผลไม่ใช่เรื่องความน่ารัก แต่เป็นเรื่องข้อมูล ลูกหมาให้คุณเดาแปดเดือนถึงหนึ่งปีเต็ม ซึ่งเป็นช่วงที่ฟันแท้กำลังขึ้นและเด็กกำลังหัดเดิน ตอนที่คุณยังไม่รู้อะไรเลยว่ามันจะโตมาเป็นตัวแบบไหน ส่วนหมาโตที่เคยอยู่กับเด็ก บ้านคุณได้เห็นคำตอบไปแล้วครึ่งหนึ่ง
และในบ้านเราก็มีหมาที่ต้องหาบ้านใหม่จากครอบครัวที่ย้ายที่อยู่หรือมีคนป่วย ซึ่งประวัตินั้นถามได้ละเอียดกว่าที่คิด
คำถามที่ผมถาม และสิ่งที่ผมดูแทนคำตอบ
"ใจดี ไม่เคยกัดใคร" เป็นรายงานจากอดีต ในบ้านหลังอื่น กับเด็กคนอื่น ซึ่งตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว ถ้าถามได้เต็มที่ผมจะถามแบบนี้
อยู่กับเด็กอายุเท่าไหร่ นานแค่ไหน
เด็กเคยทำอะไรกับมันได้บ้าง ดึงหู ล้วงชามข้าว นอนทับ แล้วมันตอบยังไง
มีครั้งไหนที่มันขู่หรือไม่ แล้วอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
ถ้ามันกำลังกินของอยู่แล้วมีมือเด็กเอื้อมเข้าไป เกิดอะไรขึ้น
ตอนเด็กกรี๊ด ตอนเด็กวิ่งชน แล้วมันทำอะไร
อยู่กับแมว ไก่ หรือหมาอื่นในบ้านเป็นยังไง
เคยเป็นผื่นหรือหูอักเสบบ่อยไหม
และที่ผมให้ความสำคัญที่สุด คือทำไมถึงยกให้ คำตอบข้อนี้บอกได้เยอะกว่าคำตอบอื่นทั้งหมด
แต่คำตอบที่ผมเชื่อกว่าคำพูดคือการได้ยืนดูเอง ถ้าเจ้าของบอกว่ามันใจดีกับเด็ก ขอให้เขาทำให้ดูตรงหน้า ปล่อยหมากับเด็กไว้ในห้องเดียวกันในระยะที่คุณคุมได้ แล้วดูว่ามันเลือกเดินเข้าไปหรือเลือกเดินหนี
สิ่งที่ผมตอบแทนคุณไม่ได้
ผมบอกไม่ได้ว่าหมาตัวไหนจะปลอดภัยกับลูกคุณร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่มีหมาตัวไหนเป็นแบบนั้น และไม่มีพันธุ์ไหนเป็นแบบนั้น
สิ่งที่ทำได้คือจัดบ้านให้มีทางออก ตั้งคอกกั้นหรือมุมหนึ่งที่เป็นที่นอนของหมาและห้ามเด็กล้ำเข้าไป ให้หมากินในที่ที่เด็กเอื้อมไม่ถึง และสอนเด็กว่าเวลาหมากินหรือนอน คือเวลาไม่แตะ กติกาเหล่านี้ลดความเสี่ยงได้มากกว่าชื่อสายพันธุ์บนใบเพ็ดดิกรีทั้งหมดที่ผมเคยเห็นมา
ส่วนตัวเลขที่ผมให้คุณแทนไม่ได้ คือสองชั่วโมงแรกที่คุณจะได้เห็นมันในบ้านคุณเอง ว่ามันเดินตามเด็กหรือเดินหนีเด็ก และคุณจะรู้คำตอบที่เหลือเอง