ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ทำไมสุนัขหวงอาหารเมื่อมีเด็กใกล้

สุนัขหวงอาหารเมื่อมีเด็กใกล้ เพราะอาหารเป็นของที่กินแล้วหมดและหวงกันได้ทุกคำ และเพราะเด็กคือคนเดียวในบ้านที่เดินเข้าหาชามข้าวโดยอ่านสัญญาณของหมาไม่ออก วิธีแก้ที่ได้ผลคือทำสามอย่างพร้อมกัน ย้ายชามให้พ้นเส้นทางเดินของเด็ก ตั้งกฎบ้านข้อเดียวที่เด็กทำได้จริง และให้ผู้ใหญ่เล่นเกมสลับของเพื่อให้หมาเรียนรู้ว่ามือที่เข้ามาใกล้ชามคือของดี ระหว่างทำทั้งหมดนี้ต้องไม่ดุเวลาหมากรอด เพราะเสียงกรอดคือสัญญาณเตือนตัวสุดท้ายที่หมามีอยู่ก่อนจะกัด ถ้าเอาออกไป เหลือแค่การกัด

ทำไมสุนัขหวงอาหารเมื่อมีเด็กใกล้

ครัวบ้านไทยส่วนใหญ่ไม่มีประตู เปิดด้านหนึ่งไปหลังบ้าน อีกด้านเป็นทางเดินไปห้องน้ำ และตรงกลางที่ว่างนั่นเองคือที่ที่คนวางชามข้าวหมา เพราะมันว่าง ในบ้านที่มีเด็กเล็ก พื้นที่ว่างตรงกลางคือพื้นที่ที่เด็กวิ่งผ่านมากที่สุด และเป็นจุดที่เรื่องแบบนี้เริ่มขึ้นบ่อยที่สุด

ของกินอันตรายกว่าของเล่น ตรงไหน

ของเล่นกับอาหารไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และไม่ควรจัดการด้วยวิธีเดียวกัน

อาหารเป็นของที่กินแล้วหมด ไม่มีวันเหลือ ไม่มีวันพอ ชิ้นสุดท้ายมีค่าเท่าชิ้นแรกเสมอ ตอนกิน หมาก้มหน้า มองไม่เห็นว่าใครเดินเข้ามาจากด้านข้างหรือด้านหลัง หมาแชร์อาหารไม่ได้ ถ้าจะให้ก็คือเสียทั้งหมด และมันถอยหนีจากชามก็ไม่ได้ เพราะการถอยคือการยกชามให้คนอื่นไป เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เหลือแค่ขู่ แล้วก็กัด

และเพราะหมาก้มอยู่กับพื้น ปากอยู่ต่ำ แต่มือและหน้าของเด็กก็อยู่ใกล้ระดับพื้นพอดี นี่คือเหตุผลที่แผลจากกรณีหวงอาหารมักเข้าที่หน้า ไม่ใช่ที่ขา

ของเล่นต่างกันตรงที่หมามักคาบหนีได้ ถ้ามีที่ให้หนี หมาเอาของไปแทะใต้เตียงไม่ใช่หมาที่ดุ เป็นหมาที่ขออยู่คนเดียว แต่มีข้อยกเว้นที่ต้องระวัง ของแทะที่กินได้และใช้เวลานาน เช่น กระดูกหรือหนังตากแห้ง มีน้ำหนักใกล้เคียงอาหารมาก เพราะกินได้ ใช้เวลานาน และหมาไม่อยากให้ใครมาแตะจนกว่าจะแทะเสร็จ ของพวกนี้ต้องนับรวมอยู่ในกลุ่มอาหาร ไม่ใช่กลุ่มของเล่น

ชามข้าวต้องไม่อยู่บนทางเดินของบ้าน

ย้ายชามไปไว้ที่ที่หมามีหลังพิง ไม่อยู่กลางห้อง และไม่มีใครต้องเดินผ่านเพื่อไปที่อื่น ประตู กรง หรือมุมที่กั้นด้วย baby gate ใช้ได้หมด สิ่งที่ต้องเลี่ยงคือครัวกลางบ้าน ห้องที่เด็กเล่นของเล่น ข้างโต๊ะกินข้าว และหน้าทีวี

ย้ายขันน้ำไปไว้ด้วยกัน ไม่ต้องแยกมุม เพราะหมายิ่งต้องเฝ้าหลายที่

ให้อาหารเป็นมื้อ ไม่ปล่อยอาหารค้างไว้ในชามทั้งวัน อันนี้สำคัญกว่าที่คนคิด การปล่อยให้มีอาหารตลอดเวลาคือการทำให้ของที่ต้องหวงมีอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการให้เป็นมื้อทำให้ชามกลายเป็นของที่มาแล้วก็ไป ซึ่งหมารับได้ง่ายกว่ามาก ถ้ามีหมายหลายตัว ให้แยกมุมห่างกันพอที่ไม่เห็นกัน ถ้ามีเด็กเล็กในบ้าน ให้แยกคนละห้องไปเลย

ที่ที่ควรทำคือทำให้เป็นกิจวัตรประจำที่หมารู้ล่วงหน้า ไม่ใช่เรื่องของความดุหรือไม่ดุ และไม่ใช่เรื่องพันธุ์ หมาเล็กก็หวงได้ และแผลจากหมาเล็กก็เข้าที่หน้าเด็กได้เหมือนกัน เพราะตอนเด็กคลานหรือนั่งกับพื้น หน้าเด็กอยู่สูงเท่าหัวหมา

สิ่งที่ห้ามทำคือเดินไปเอียงชามออกตอนหมากำลังกิน เพื่อแสดงว่ามือเราเป็นใหญ่ อันนี้ให้ผลตรงข้ามทั้งหมด มันทำให้มื้ออาหารเป็นช่วงเวลาที่ตึงที่สุดของวัน และมันคือสิ่งที่ทำให้เด็กเห็นว่าการไปแตะชามตอนหมากินเป็นเรื่องปกติ

กฎข้อเดียวที่เด็กใช้ได้จริง และจุดที่กฎเด็กใช้ไม่ได้

กฎที่ใช้ได้จริงต้องเป็นการกระทำ ไม่ใช่ความรู้สึก "ห้ามแตะหมา" ใช้ไม่ได้ เพราะเด็กไม่รู้ว่าอะไรนับเป็นการแตะ ใช้ประโยคเดียวสั้น ๆ ว่า ถ้าหมากำลังกินหรือกำลังแทะอะไรอยู่ในปาก ให้เดินไปอีกทาง แล้วเรียกผู้ใหญ่

ฝึกให้เด็กพูดประโยคนี้ตอนหมาไม่ได้กินด้วย เพื่อไม่ให้กฎถูกเรียนรู้เฉพาะในวินาทีที่ตึง

ระยะห่างให้ดูจากตัวหมา ไม่ใช่จากตัวเลข ตำแหน่งที่หมาเงยหน้าขึ้นมองค้างคือตำแหน่งที่ใกล้เกินไปแล้ว และระยะนี้ของหมาแต่ละตัวไม่เท่ากัน หมาเล็กกับชามข้าว กับหมาใหญ่กับกระดูกชิ้นโต มีระยะไม่เท่ากัน สอนเด็กด้วยการจับมือพาเดินให้ดู ว่ายังไงถึงเรียกว่าอีกทาง

ตรงนี้ต้องพูดตรง ๆ เด็กอายุต่ำกว่าหกเจ็ดขวบยังคุมตัวเองได้ไม่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะสอนดีแค่ไหน อย่าวางแผนว่าสอนแล้วจบ สำหรับเด็กวัยนี้ ตัวที่ทำงานจริงคือการกั้น ให้หมากินในห้องที่เด็กเข้าไม่ได้ หรือในกรง แล้วเปิดออกเมื่อกินเสร็จและเก็บชามเรียบร้อยแล้ว กฎที่บอกกับเด็กมีไว้เพื่อให้เด็กมีอะไรยึด แต่ตัวที่กันการกัดจริงคือประตู

อีกอย่างที่มองข้ามกันบ่อย เด็กเลียนแบบผู้ใหญ่ ถ้าผู้ใหญ่เดินไปเขี่ยชามหมาระหว่างมื้ออาหาร เด็กจะจำว่านั่นคือสิ่งที่ทำได้

ห้ามดุเวลาหมากรอด

ลำดับสัญญาณก่อนกัดเรียงอย่างนี้ หยุดกินแล้วเงยหน้า กินเร็วขึ้นโดยแทบไม่เคี้ยว ตัวเกร็งแล้วตาเหลือบขึ้น ย่นจมูก กรอด แล้วจึงกัด

ตัวที่คนพลาดมากที่สุดคือตัวที่สอง ตอนที่หมาเริ่มกลืนเร็วผิดปกติ ไม่ใช่ตอนที่มันกรอดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเห็นหมาเริ่มกินเร็วขึ้นเวลามีคนเดินผ่าน นั่นคือสัญญาณว่ากำลังมาผิดทาง

เสียงกรอดเป็นคำเตือนที่หมาเสียต้นทุนน้อยที่สุด มันไม่ต้องออกแรงอะไรมากก็เตือนได้ ถ้าเราดุเสียงกรอด และการดุได้ผล กรอดจะหายไป สิ่งที่เหลืออยู่คือการกัด หมาไม่ได้ "กัดโดยไม่มีสัญญาณ" เกือบทั้งหมด สัญญาณมันเคยมี แต่ถูกดุจนหายไปก่อนหน้านั้นนานแล้ว

และอย่าดุเด็กหลังหมากรอดด้วย เพราะครั้งต่อไปเด็กจะไม่บอกผู้ใหญ่ว่าหมากรอด ให้ถือว่าเสียงกรอดเป็นข้อมูล ไม่ใช่ความผิด แล้วไปแก้ที่การจัดบ้าน

การตะโกนใส่ตอนหมากำลังกินยิ่งไม่ช่วยอะไร เพราะไปเพิ่มความตึงในจังหวะที่หมาตึงอยู่แล้ว

เกมสลับของ งานของผู้ใหญ่ ไม่ใช่งานของเด็ก

เกมนี้ทำเพื่อให้หมาเรียนรู้ว่ามือที่เข้ามาใกล้ชามคือของดีที่กำลังมา ไม่ใช่ของที่จะถูกเอาไป

เริ่มจากของที่ไม่ค่อยมีค่าในชาม แล้วถือของที่หมาชอบกว่ามากไว้อีกมือ เดินผ่านแล้วโยนของดีลงไปในชามจากระยะหนึ่ง แล้วเดินจากไป ทำแบบนี้หลายวันจนหมาเงยหน้าขึ้นมาอย่างดีใจเวลาที่เราเดินเข้ามา

ขั้นต่อไปคือเดินเข้ามา ปล่อยของดีลงชาม ระหว่างที่หมากำลังกินของนั้น แตะขอบชามสั้น ๆ แล้วถอยออกไป

หลังจากนั้นจึงยกชามขึ้น โดยที่มืออีกข้างมีของดีอยู่แล้ว ใส่ของดีลงไป วางชามคืน

กติกาข้อเดียวที่ต้องไม่พังคือ หมาต้องจบทุกครั้งด้วยของที่มากกว่าเดิม ไม่ใช่เท่าเดิม ถ้าทำแล้วหมาคิดว่าชามหายไปบ่อยครั้งกว่าที่ของดีมา เกมนี้จะไปสร้างปัญหาแทนที่จะแก้

เกมนี้เป็นงานของผู้ใหญ่เท่านั้น อย่าให้เด็กถือของดีไปให้ตอนหมากิน เพราะนั่นคือการสอนให้หมาเชื่อมโยงเด็กเข้ากับชาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพยายามแยกออกจากกันตั้งแต่แรก ควรเริ่มตอนเด็กไม่อยู่ในห้องก่อน แล้วค่อยให้เด็กยืนอยู่ไกล ๆ กับผู้ใหญ่ทีหลัง

และต้องพูดตามตรงว่าเกมนี้เป็นงานป้องกันกับงานเคสเบา ถ้าหมามีประวัติกัดแล้ว และในบ้านมีเด็กเล็ก เกมสลับของอย่างเดียวไม่ใช่แผนที่พอ ต้องมีคนที่ดูสถานการณ์จริงถึงบ้าน และระหว่างนั้นแผนคือการแยกออกจากกันทางกายภาพ นั่นไม่ใช่ความล้มเหลว เป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุดที่ใช้ได้จนกว่าสถานการณ์จะนิ่ง

กระดูก ของแทะ และการหมุนของเล่น

ของกินได้ทุกอย่างที่ใช้เวลานาน ให้ถือเป็นของที่ต้องเก็บ ไม่ใช่ของที่วางค้างไว้ในบ้าน กระดูกควรให้ในกรงหรือในห้องที่เด็กไม่ได้อยู่ แล้วเก็บเมื่อหมาแทะเสร็จ ถ้าหมายังหวงอยู่ ให้ใช้เกมสลับของ ไม่ใช่งัดออกจากปาก

ของเล่นที่ไม่ใช่ของกิน ใช้วิธีหมุน เอาออกมาวางสักสี่ห้าชิ้น ที่เหลือเก็บในกล่องบนที่สูง แล้วสลับทุกสัปดาห์ เหตุผลง่าย ๆ คือของที่หายไปพักหนึ่งแล้วกลับมาใหม่จะดูน่าสนใจกว่า และหมาที่รู้ว่ายังมีของอื่นรออยู่จะไม่ต้องหวงชิ้นที่อยู่ในปากเท่าไหร่ อันนี้เป็นเหตุผลจากที่ลองเอง ไม่ใช่ทฤษฎี

ของเล่นของเด็กต้องมีกล่องของเด็กเองที่หมาเอื้อมไม่ถึง ไม่อย่างนั้นหมาจะเรียนว่า ของบนพื้นคือของมัน แล้วกลายเป็นหวงของเด็กจากเด็ก ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่แย่ที่สุดของเรื่องนี้ ส่วนของเล่นที่ต้องดึงกันไปมา ให้เล่นกับผู้ใหญ่ ไม่ให้เด็กเล่นดึงกับหมา

มุมนอน และมุมที่เด็กห้ามเข้า

มุมนอนเป็นที่หวงอีกแบบหนึ่ง และเป็นสาเหตุที่คนมักไม่นับว่าอยู่ในเรื่องเดียวกัน หมานอนใต้โต๊ะกินข้าว บนโซฟา หรือมุมหลังตู้ เด็กปีนขึ้นไปกอดหรือไปปลุกตอนหมาหลับ แล้วโดนกัด สิ่งที่ต้องมีคือมุมหนึ่งของบ้านที่เด็กไม่เข้าไปเลย กรงที่เปิดประตูค้างไว้ หรือมุมหลังโซฟาที่มีเบาะรอง และกฎที่บ้านต้องพูดตรงกันคือ หมานอนอยู่ ห้ามไปกอด ห้ามไปปลุก

เดินสำรวจบ้านหนึ่งรอบ

วิธีที่ผมใช้เวลาเจอเคสแบบนี้คือเดินตามเส้นทางที่เด็กใช้จริงทั้งวัน แล้วดูว่าเส้นนั้นตัดกับชามอาหาร กระดูก หรือที่นอนของหมาที่จุดไหนบ้าง เจอบ่อยคือเด็กวิ่งจากห้องนอนไปห้องน้ำ ผ่านมุมที่วางชามไว้พอดี หรือเด็กเล่นของเล่นอยู่ใกล้ที่นอนหมาโดยที่ผู้ใหญ่ไม่ได้ตั้งใจ

พอเจอจุดตัดแล้ว ไม่ต้องแก้ทั้งสองฝั่ง แก้ฝั่งเดียวก่อน ย้ายชาม หรือย้ายที่เล่นของเด็ก ฝั่งที่ย้ายง่ายที่สุดคือฝั่งที่ถูกที่สุด

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพันธุ์ เกี่ยวกับของหนึ่งอย่างกับพื้นที่หนึ่งจุด และหมาแต่ละตัวก็มีเพดานต่างกัน บางตัวแค่ย้ายชามก็จบ บางตัวต้องใช้การกั้นไปอีกนาน และนั่นก็ถือว่าใช้ได้ การจัดการที่ดีคือคำตอบที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่คำตอบชั่วคราวระหว่างรอให้หมาเปลี่ยนนิสัย

คนหมาข้างถนน

ผู้เขียนบทความ

คนหมาข้างถนนคือเจ้าของและผู้ดูแลสุนัขที่ใช้ชีวิตในตรอกซอกซอยและบ้านแบบไทย พวกเขารู้จักอากาศร้อนชื้น เสียงจราจร ข้อจำกัดของพื้นที่ และการดูแลสุนัขอย่างพอดีตัวจากประสบการณ์ตรง

เกี่ยวกับเรา